Home รวมบทความ รวมบทสัมภาษณ์ สัมภาษณ์พราย : จากนิตยสาร ชีวิตชีวา
Warning: Parameter 1 to modMainMenuHelper::buildXML() expected to be a reference, value given in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/libraries/joomla/cache/handler/callback.php on line 99

บทความมาใหม่

Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_latestnews/helper.php on line 109 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_latestnews/helper.php on line 109 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_latestnews/helper.php on line 109 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_latestnews/helper.php on line 109 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_latestnews/helper.php on line 109 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_latestnews/helper.php on line 109

สัมภาษณ์พราย : จากนิตยสาร ชีวิตชีวา

" ปฐมพร ปฐมพร" นักร้องหนุ่มสัญลักษณ์คาดหน้า ที่มีสไตล์ไม่เหมือนใครกับความแปลกในตัวที่อัดแน่น วันนี้ทีมงานพร้อมนำมาถ่ายทอดเพียบ!
จนสุดบรรยาย วันนี้การบอกเล่าประสบการณ์ในชีวิต และมุมมองส่วนตัวดูจะน่าสนใจดีพิลึก
นอกเหนือจากนี้การเดินทางบนเส้นสายดนตรีที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงกันก็น่าจับตามองไม่หยอก
จุดนี้ถือเป็นอีกมุมหนึ่งที่ท้าทายพอควร ซึ่งการกลับมาพร้อมความมั่นใจที่พกพามาเกินร้อย
กับอัลบั้มใหม่ "พรายใต้สำนึก" คงเป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งถึงความสามารถที่แตกต่างจากคนอื่น

  • พอออกจากมหาวิทยาลัยแล้ว ทำอะไร
  • ก็ไม่ได้ทำงานเลย ก็ทำเพลงมาก็คิดว่าจะต้องทำให้ได้
    ก็ออกมาได้ชุดหนึ่งก็กะจะเลิก ทีแรกคิดว่าจะไปเมืองนอก แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้
    ตอนนั้นอยากไป-อเมริกา ก็มีเพื่อนอยู่ที่นู้น ก็กะว่าจะเรียนภาษา แล้วก็จะไปอังกฤษก็ไม่ได้ ก็คิดว่าไม่ได้ไปแล้ว
  • ตอน สมัยเรียน เห็นฟัง ซาวนด์อะเบาท์ตลอด ในตลับใส่เทปอะไร
  • แต่ก่อนฟังเพลงเยอะ
    มีอยู่ช่วงหนึ่งที่กำลังจะทำเพลง จะฟังเพลงเยอะมาก ย้อนยุคไปตั้งแต่สมัย 60-70 แล้วก็เลิกฟัง
    พอเริ่มเข้าห้องอัดก็ไม่อยากฟังอีก แต่ก็ยังมีบ้างเล็กน้อย ก็ฟังทุกแบบแนวเพลงหลากหลาย แจ๊ส , บลูส์ , โปรเกสทีฟอะไรฟังหมด

 

  • จบออกมาก็ไม่ได้ใช้วิชาเลย (บริหารธุรกิจ ม.กรุงเทพ)
  • ก็ไม่ได้ใช้ กว่าจะจบมาก็แทบตาย
    ก็รีเกรดอยู่นั่นแหละ มันเหมือนกับว่าเรามีชีวิตที่เราน่าจะเลือกเองในการเรียน แต่คราวนี้พอไปถึงตรงนั้น
    ทีแรกก็เลือกนิเทศฯ พอลงทะเบียนแบบทำใบทะเบียนหาย พอกลับมาจากต่างจังหวัด
    พอถามเด็กที่ลงทะเบียนเขาบอกนิเทศฯ เต็มแล้ว ถ้าเรียนก็ต้องลงบริหาร เราก็เลยลงบริหาร
    แล้วเขาบอกว่าไปย้ายลงปีสอง พอดีมีเพื่อนแล้วก็เลยไม่อยากย้าย เพราะตอนนั้นรู้สึกว่าเรียนอะไรก็เหมือนกัน
    ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก

 

  • แล้วก็มุ่งหน้าทำเพลงเลย
  • เพลงก็ทำ ก็แต่งเพลงตั้งแต่ก่อนเข้ามหาวิทยาลัยอยู่แล้วทำเพลงอยู่แล้ว
    แต่ยังไม่ได้ออก จนเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว อัดเสร็จแล้วก็ยังไม่ออก จนเกือบจะจบแล้วเพิ่งจะได้ออก
    รู้สึกจะปี 3 ปี 4 แล้ว

 

  • ที่ว่าจะทำชุดเดียว ทำไมถึงจะทำชุดเดียว
  • มันค่อนข้างลำบากที่จะทำอะไรที่เป็นตัวของตัวเอง โดยที่ไม่เกี่ยวอะไรกับบริษัทเทป
    เพราะเขาก็ต้องขาย เราก็รู้เพราะเราก็เรียนการตลาดมา แต่คราวนี้มันเหมือนกับว่าเราไม่สนุกกับการทำแบบนั้น
    คือโอเคเรายอมมีเพลงรัก มีอะไร แต่ความรู้สึกว่าถ้าทำอย่างนั้นมันก็ธรรมดา มันก็ไม่เหมือนความคิดเราที่จะสื่ออะไรบางอย่าง
    ถ้าเกิดเป็นเพลงลักษณะเต้นรำ เราก็จะสื่อไม่ได้ ก็เลยคิดว่าต่อไปเราทำเพลงที่ความคิดยากขึ้น
    เราทำก็จะยิ่งยากในการทำงานชุดนั้น ก็เลยบอกว่าเลิกเหอะ ไม่ใช่ขี้เกียจ
    โอกาสมันมีทำ แต่ไม่ใช่ตัวเราเพราะต้องไปไฟท์กับบริษัทเทป แต่ 2 ปีหลังจากนั้นก็ไปอยู่ต่างจังหวัดอะไรบ้าง
    พอกลับมา บริษัทเก่าเขาเปิดโอกาสให้มากขึ้น
    ถ้าเขาไม่มายุ่งเรื่องเพลงเราจะทำ โดยมีข้อเสนอว่าเขาไม่มายุ่งกับเรา โดยที่เราต้องการจะถ่ายภาพเปลือยซึ่งมีคนว่าก็ทำ
    แต่ว่าจะสื่อกับคนอื่นได้หรือเปล่าก็แล้วแต่คนมอง ก็คิดว่าเราอยากทำเพราะอยากทำ

 

  • อยากทำเพลงหรืออยากทำเทป
  • อยากทำเพลง ไม่อยากทำเทปหมายถึงว่าตอนนั้นทำเพลงอยู่แล้ว
    เพียงแต่อยากให้มันออกไป ให้มันเป็นเทป เพราะเพื่อนที่ทำกันมันก็เลิกกันไปหมดแล้ว
    ตั้งแต่ไนท์สปอต บริษัทหลาย ๆ บริษัทครีเอเทียที่เจ๊งไปหมด ก็มาที่รถไฟดนตรีถึงได้ออกเทปก็คิดว่าพอแล้ว
    เราทำได้แล้ว เหมือนกับเราแต่งเพลงแล้วเราทำให้มันออกมาเป็นเทปได้ ก็โอเคพอใจแล้ว ก็ไม่ได้หวังว่ามันจะดังอะไรมาก

 

  • คอนเซ็ปต์หมายถึงการทำเทป อย่างเพชร โอสถานุเคราะห์ บอกอยากทำเพราะอยากจะจะมีเทปสักตลับหนึ่ง
  • ก็คล้าย ๆ อย่างนั้น ตอนแรกคืออย่างนั้น แล้วเป็นคนที่ทำอะไรแล้วไม่อยากยอมแพ้ คือแบบทำแล้วต้องทำให้ได้
    อย่างเรียนเนี่ย กี่ปีก็ต้องให้จบ จะไม่ค่อยยอมอะไรง่าย ตั่งใจไว้ต้องทำให้ได้ ไม่ว่ามันจะยากอย่างไร
    ขอให้ได้ทำถึงแม้จะไม่ดี

 

  • ชุดแรกผลตอบกลับมาเป็นสัปปะรดแค่ไหน
  • ไม่เพราะ ชุดแรกมันเป็นเพลงที่เรายอมตลาด
    เราเริ่มแบบว่ารู้แล้วว่าจะมีหนทางได้ออก ก็เลยโอเค จะให้เป็นอย่างไร
    จะเอาเพลงรักเราก็แต่งให้เขา จะเอาแบบนี้ได้ไหม ได้หมด เพียงแต่ขอให้เราคาดหน้า ให้เราทาสีบนหน้า เขาจะอย่างไรก็ได้ หน้าปกเทปต้องคาดหน้า ทั้ง ๆ ที่ไอ้คนที่ถ่ายรูปยังเอารูปที่ไม่คาดหน้าลงไปข้างในปกเทป
    ซึ่งจริง ๆ เราต้องการให้คาดหน้าหมด เหมือนกับเราจะมองตัวเองกลับไปมองอีกครั้ง เออมันอาจจะไม่ใช่ตัวเราแต่เราอยากทำ
    นี่คือจุดหลักที่ต้องการไว้ทุกข์ให้กับเพื่อนที่เลิกไป อะไรหลาย ๆ อย่าง มันก็เลยกลายเป็นสัญลักษณ์ที่คนรู้จัก
    แล้วมีฝรั่งคนหนึ่งที่เขาทำอยู่แล้ว พอจะราทำออกมาก็เลยกลายเป็นว่าเราเลียนแบบเขา ซึ่งเราไม่รู้ ให้ตายห่าเหอะ
    ไม่เคยรู้ว่าเขาทำแบบนั้นชื่อ อดัม แอนท์ พอเป็นแบบนี้เราก็เลยเปลี่ยนมาคาดแบบโค้ง ๆ เราก็ยังอยู่แบบนี้

 

  • ในส่วนที่มีการถ่ายภาพโป๊ลงปก เมืองนอกเขาก็มีด้วย
  • เมืองนอกที่มีถ่ายรูปเปลือย ตอนนั้นก็มีเยอะไปหมด
    แต่สิ่งที่อยากจะทำคือโปสการ์ด คือเพลงพรายชุดที่สอง มันมีเรื่องเกี่ยวกับการเกิดและตาย
    เหมือนกับชีวิตไม่มีอะไร เกิดจากก้อนหิน มีเพลงเกี่ยวกับเรื่องของอิสรภาพของเราที่ไม่ต้องมีอะไรมาพันธนาการ
    แต่คราวนี้ถ้าจะถ่ายรูปเราจะถ่ายอะไรได้บ้าง จริง ๆ ไม่ได้ถ่ายรูปเรารูปเดียว มันก็มีถ่ายคนอื่นด้วย
    รูปผู้หญิงนอนแล้วก็มีผ้าห่อดำ ๆ ห่อเราไว้เหมือนเราเป็นตัวแทนผู้หญิงที่อยู่ตรงนั้น มีภาพที่เรายืนโค้ง ๆ ที่เครื่องหมายเอ็กซ์ เหมือนกับเอ็กซ์เป็นเครื่องหมายของการถูกกดขี่ลงไป แต่ตรงนี้เราขี้เกียจอธิบาย เพราะเราก็ทำมาเราก็ดูว่าเหมาะมั้ย
    ความจริงมีรูปที่อยู่บนหินแล้วแก้ผ้าหมดเลย ลอยออกมาจริง ๆ มันก็เป็นสิ่งที่เราอยากทำเราก็บอกไม่ได้ว่าทำไม
    แต่เราก็ทำก่อน มาดอนน่า ก่อนอะไร แต่ที่ทำก่อนหน้าเรานี้เราก็ไม่รู้ว่ามีใครบ้าง อาจจะมี จอห์น เลนนอน ก็ทำ
    แต่ถ่ายกับโยโกะ ไม่ได้ถ่ายรูปเรา แต่ของเรามีอยู่อย่างหนึ่งคือ ไม่ได้ทำเป็นโปสการ์ด ตอนนั้นที่โปรโมต
    จะมีวิดีโออย่างเดียว ทีแรกกะจะถ่ายรูปออกมาเหมือนโปสการ์ด พอดีตอนนั้นเราก็สะสมโปสการ์ดด้วย

 

  • ทำเทปเพราะว่าอยากดังหรือเปล่า
  • คนทุกคนมันมี เขาเรียกอะไรนะ…ความคิดที่อยากแสดงออกอยู่แล้ว
    ทุกคนมีไม่มีใครเขาอยากทำจุดที่เราทำ อย่างเราตอนนี้รู้สึกว่าเราดังมากแล้ว มีชื่อเสียงมากแล้ว ไม่อยากดังมากกว่านี้แล้ว
    นี่พูดจริง ๆ เพียงแต่งานเพลงมันเป็นงานที่รองรับชีวิตเรา แล้วตอนนี้เราก็อยากจะบอกแฟนเพลงเราว่าเราทำงานแล้วแค่นั้นเอง
    แล้วถ้าใครอยากจะฟังก็ซื้อไป ใครไม่อยากฟังก็ไม่ซื้อ เพียงแต่เราไม่อยากจะไปโปรโมตอะไรมากมาย
    จริง ๆ เรามีชื่อเสียง เราอาจจะงี่เง่าที่สุดก็ได้

 

  • รายได้จากการทำเทปเอาไปทำอะไร
  • รายได้แทบจะไม่พอ น้อยมาก
    อย่างชุดที่แล้วได้ค่ามาสเตอร์มาก็จ่ายค่าห้องอัดไม่พอ ต้องเอาค่าจากเปอร์เซ็นต์ยอดเทปมาจ่ายค่านักดนตรี
    ค่าห้องอัดเหลืออยู่แค่ไม่กี่หมื่น จากการที่ทำมา 6-7 เดือนเอง ซึ่งพูดไปแล้วไม่มีทางที่รายได้จะมาจุนเจือพอที่จะเป็นอาชีพได้
    เพียงแต่เราทีครอบครัวซึ่งค่อนข้างดี มีแม่มีน้อง ซึ่งเขาก็เข้าใจแล้ว เมื่อก่อนไม่เลย เราอยู่คนเดียว
    แต่เดี๋ยวนี้เขาเริ่มจะปล่อย จะบ้าจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ เพราะเราก็ไม่ได้ทำตัวเหมือนไร้ค่า
    อย่างสมัยวัยรุ่นอะไรไปมั่วสุมอะไร เรารู้ว่าเรามีค่าในตัวเองที่ต้องการจะสื่ออะไรบางอย่าง
    เหมือนกับเราเดินทางไปกับเพื่อน เราค้นหาไปด้วยกันว่าเราตกลงว่าเราเป็นนักร้องเพื่ออะไร
    สุดท้ายก็มีจุดหมายกลับมา
    มีบางอันเห็นว่าเขามีกำลังใจ เมื่อเรากลับไปทำงานของเรา ซึ่งเขาก็พิสูจน์ในตัวงานด้วยไม่ใช่เป็นนักร้องแล้วจะนิยมในนักร้อง
    ถ้างานมันไม่บอกอะไรเลยมันก็คงไม่มีค่า แต่คนฟังมันก็มีน้อย จะอธิบายให้ทุกคนมาฟัง มันก็ไม่ได้
    แต่ในส่วนหนึ่งเราได้อธิบายแล้วในตัวงานของเรา กับคนที่ฟังเพลงของเรา

 

  • เพลงพี่เรียกแนวอะไรไม่รู้ว่าแนวอะไร
  • แนวอะไรก็เอาเถอะ แรกเริ่มมันก็พื้นฐานร็อกแอนด์โรล
    แต่พอหลัง ๆ อยากทำเพลงยากขึ้นก็เป็นโปรเกสซีฟความจริงมันก็มีโปรเกสซีฟตั้งแต่แรกแล้ว แต่ฟิวส์ยังไม่ถึง

 

  • คิดว่าตัวเองยังใช้ชีวิตแบบนี้ยังไม่จบ
  • มาถึงอายุปูนนี้ เหมือนจะตายอยู่แล้ว แก่มาก แล้วยิ่งคิดถึงเรื่องของความตายบ่อย ๆแต่มันก็ผ่านเราไปแล้ว ช่วงวัยรุ่นที่ค่อนข้างรุนแรง แต่ช่วงนี้เราต้องอยู่รอด สมมุติเราจะทำงานชุดต่อไปที่ยากกว่าเดิมคราวนี้อัลบั้มชุดพรายใต้สำนึกที่ออกไปทำไปทำมาแล้วคุณภาพกลับด้อยกว่าชุดที่แล้ว เพราะว่าเราใช้ห้องอัดโดยที่เราไปติดค่าห้องอัดพี่นุภาพ สวันตรัจฉ์ เขาไว้
    ซึ่งไม่มีเขาก็ไม่มีชุดนี้ ต้องขอบคุณเขาไว้ตรงนี้ด้วย งานชุดนี้เราจะอัดเหมือนชุดเจ้าหญิงกับเจ้าชายก็ไม่ได้
    ชีวิตที่จะใช้ตรงนี้ ก็เหมือนกับว่าเราพอแล้วสำหรับการเป็นนักร้องนักดนตรี แต่คราวนี้งานความคิดของเราที่อยากจะทำอัลบั้มใหม
    ่เกี่ยวกับศาสนาซึ่งจะต้องแรงมาก อัลบั้มจะชื่อ "ศาสดา" จะพูดถึงศาสนาหลาย ๆ ศาสนา หลาย ๆ อันที่เกิดขึ้นใหม่
    แม้แต่ศาสนาพุทธที่แตกแขนงไปแล้ว เป็นพวกของญี่ปุ่นที่ ระบาดมากในเมืองไทย แต่มีคนศรัทธามากเหมือนกับพระพุทธเจ้า
    พระอัลเลาะห์ พระเยซู มาคุยกันเดินมาคุยกัน ณ ทะเลทรายแห่งหนึ่งโดยที่เสียงดนตรีจะมาจากเหล่าศาสดาพวกนั้น คล้าย ๆ เป็นวงดนตรีแล้วจะมีจานบินบินมาเหมือนกับอารยธรรมแบบใหม่ จะบอกความเชื่อความแตกต่างกัน ก็ทำนองนี้ พูดซ้ำไปซ้ำมา ก็อยากจะให้ดนตรีมันไปถึงสากลซึ่งชุดหน้าเราอาจจะไม่ร้องก็ได้ อาจจะเป็น ดนตรีภาษาฝรั่งหมด
    เอาเขมร เอาใครก็ได้มาร้องแต่สามารถสื่อถึงศาสนาได้ว่า ทุกศาสนามีคนชั่ว มีคนดี

 

  • เคยคิดไหมว่าตัวเองเกิดผิดประเทศ
  • เราเข้าใจธรรมชาติมันก็คงจะดี ถ้าเราไม่ได้เกิดที่ประเทศนี้
    สมมุติเราไปเกิดที่อเมริกา หรือที่ๆ ฟรีมาก เราก็ต้องแข่งความคิดเราอาจจะไม่ได้เป็นแบบนี้ก็ได้ แต่ที่เราเป็นอยู่ตอนเด็ก ๆ อย่างเราคิดอะไรก็จะโดนว่า
    เฮ้ย ! อย่าทำนะ อย่าทำ มันก็เลยกลายเป็นว่า เรารู้เพียงแต่สิ่งที่เขาบอกอย่าทำ อย่าทำ บางครั้งมีนต้องมีการลองบ้าง
    ผิด-ถูกเราน่าจะได้ลองด้วยตัวเองไม่ใช่มาบอกว่าอย่าทำตลอด ไอ้คนที่บอกถ้ามันรู้จริงก็ไปอย่าง แต่ไอ้คนที่บอกก็ไม่รู้จริง

 

  • คิดว่าถ้าไปอยู่เมืองนอก อย่างอเมริกา จะประสบความสำเร็จมากกว่า
  • ไม่ ไม่แน่ อาจจะไม่ได้เป็นนักร้อง
    อาจจะพอใจกับชีวิตที่แบบว่า คนอเมริกันมีสิทธิเท่าเทียมกัน ระบบมันเป็นแบบนั้น
    แต่มันก็มีข้อผิดพลาดเยอะในสังคมฝรั่ง
    ครอบครัวไม่มีความรัก แตกแยกยิ่งกว่าเราอีก เรามีความดีไว้เราก็รักษาไว้ แต่บางอันที่คิดว่าเราสามารถสื่อได้
    อย่างระบบมันไม่ดี เราพูดแทนได้ สมมุติเรื่องราวที่เกิดขึ้นพฤษภาเราก็พูด เราก็ไม่ถึงกับเป็นเพลงเพื่อชีวิต
    แต่เราก็มีมุมมองของคน ๆ หนึ่ง เหมือนถ่ายทอดเรื่องราวของการเขียนหนังสือ เราอยากเขียนเรื่องอะไรเราก็เขียนเรื่องนั้น
    ซึ่งมันอาจจะมีผิดมีถูก แต่มันเป็นความเห็นของคน ๆ เดียว ไม่จำเป็นจะต้องได้รับการเชื่อถือหมด
    เพียงแต่ว่ามีหัวรวมว่าเออมันคิดถูก

 

  • ตอนแรกความคิดแบบนี้ หรือการกระทำต่างๆ ครอบครัวรับไม่ได้
  • ไม่ ตอนแรกครอบครัวแตกแยก ก็ตัวใครตัวมันแล้ว พี่ก็เดินไปเดินมาในมหาวิทยาลัย เรียนบ้างไม่เรียนบ้าง ไม่ค่อยได้สนใจอะไร
  • ทำเทปแล้วก็ไม่ได้เงินเท่าไหร่ พอเดือดร้อนจะพึ่งใครและใช้ชีวิตอย่างไร
  • จะเชื่อหรือเปล่าว่าตอนนี้มีแต่หนี้สิน
    แต่ว่ามีเพื่อนดี มีไม่กี่คนหรอก แต่เพื่อนรวยยืมเงินแบบมันมาก ทุกคนรู้เลยว่ามันไม่จ่ายแล้ว แต่ว่าถ้าเรามีเราก็จ่าย
    อย่างสมมุติห้องอัดพี่นุภาพ เราก็บอกเขาเลยว่าเราไม่จ่าย อันนี้คือเรื่องจริง พออัดเสร็จแล้วเราได้เงินมาจากอัลบั้มชุดที่แล้ว
    เพิ่งได้ ได้เพิ่มมาเราก็เอาไปจ่ายค่าห้องอัดก่อน บางทีไม่มีข้าวกินเดินไปร้าน ไปกินข้าว แต่ไม่ใช่ว่าเรากระจอกขนาดนั้น
    ขับรถสปอร์ตเราก็ขับ พอมีเงินมันเป็นจังหวะของชีวิต อย่างตอนนี้น้องสาวเหมือนเขากลายเป็นระดับผู้บริหาร
    ทั้ง ๆ ที่เราจบธรรมศาสตร์เรียนโท กลายเป็นว่าเหมือนน้องจะเลี้ยงเราอยู่แล้ว แต่เราไม่รู้สึกละอาย
    เพราะเราไม่ได้ขอให้เขามาเลี้ยงเรานี่ ก็เลยรู้สึกว่าสิ่งที่เราทำไม่ได้ไร้ค่าเสียทีเดียว และเงินที่ได้ก็มีเข้ามาบ้าง
    ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเสียทีเดียว อย่างสมมุติอาทิตย์ที่แล้วก็เหลือน้อย ก็ 7-8 หมื่น แต่ 7-8 หมื่นเมื่อเทียบกับเพลง 22 เขียนเพลง
    เพลงหนึ่งก็น่าจะได้มากกว่านี้อยู่แล้ว แต่คราวนี้เราเลือกที่จะทำแบบนี้
  • แต่ในทางกลับกัน ถ้ามีเพื่อนไม่ดีหรือน้องไม่ดีเราจะทำอย่างไร
  • เราก็ไม่มีผลงานออกมา เราก็ไม่มีคนมอง เราอาจจะใช้ชีวิตยิ่งกว่านี้ อาจจะไปเป็นชาวประมงไปแล้วก็ได้ อาจจะเป็นอารมณ์นั้น
    ตอนที่ไปอยู่ต่างจังหวัดนาน ๆ มันก็รู้สึกว่าไม่จำเป็นที่จะต้องมาใช้ชีวิตแบบนี้ เราก็มีความสุขได้
    อย่างทุกวันนี้กินเหล้าทุกวันก็ไม่เห็นมีความสุข…แต่รู้ไง แต่ในสภาพสังคมแบบนี้ เราจะพักผ่อนอย่างไรได้้ถ้าเรากลับเลยเราก็ไปอยู่ต่างจังหวัด มีบ้านซึ่งทุกคนพูดได้คิดได้ แต่จะทำมันยาก เหมือนเรา
    เราก็คิดว่าชีวิตในเมืองมันไม่ใช่ชีวิตของเรา แต่เราก็ยังทำไม่ได้ เราก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุผลอะไร
    เราอาจจะยังอยากจะนอนกับผู้หญิงสวย ๆ หรือแบบอะไรอีกเยอะแยะ ที่มันเป็นเรื่องของตัณหา

 

  • แปลว่าตัดทุกอย่างได้หมดแล้ว
  • ไม่หมด ก็คือเรารู้ เรากล้าบอกได้ว่าสิ่งหนึ่งที่เราคิดก็คือว่าความสุขไม่ได้เกิดมาจากความรวย
    คิดว่าไม่ใช่เรื่องเงิน คิดว่าถ้าเกิดเราตัดความรู้สึกอื่น ๆ ได้ เราก็ไม่อายที่จะเก็บขยะแล้วก็กิน
    แล้วมีความหวังกับชีวิตสักอัน อาจจะเขียนหนังสือสักเล่มหนึ่ง ซึ่งจะต้องไปใช้ชีวิตแบบไหนก็ได้อะไรก็ได้
  • ความคิดแบบนี้เกิดขึ้นมาจากตอนไหน เมื่อไหร่
  • ถ้าจะวิเคราะห์แบบฟลอยด์ แบบจิตใต้สำนึก
    มันคงวิเคราะห์ไม่ได้ อย่างตอนที่เราเรียนว่าไอ้คนนี้มันบ้าเพราะอะไร หรือ ว่าไอ้คนนี้มันเป็นแบบนี้เพราะอะไร
    มันตอบไม่ได้ว่าช่วงไหนมันคงสะสมมาหลาย ๆ อย่าง เช่น สมัยเด็กอาจจะไปโดนใครตบกะโหลกหรือเปล่า
    หรือแบบกะโหลกร้าวไม่รู้ มันก็สะสมมาเรื่อย ๆ แต่ความคิดที่รุนแรงมันไม่ใช่ทั้งหมดที่รุนแรง
    จะต้องเป็นฆาตกรหรือแบบไปเอาเปรียบใคร แต่เรายังมีความดีอยู่ในตัวเอง ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าความดีนั้นมาจากไหน
    อาจจะมาจากพ่อแม่ให้อิสระในการสอนตอนเด็ก ๆ ก็ได้ สมมุติเรามีนิสัยไม่ดี ขี้ขโมย เราจะไปโทษใครว่าเราขี้ขโมย
    มันก็ไปวิเคราะห์ไปทางพันธุกรรมมันก็ไม่ใช่ มันก็อยู่ที่เราเลือกด้วย อย่างพอมาถึงตรงนี้ความคิดรวบยอดมันอยู่ที่เราเลือกแล้ว
    อันนี้ก็แสดงว่าพี่เลือกแบบนี้ ต้องการแบบนี้ แต่อาจจะเปลี่ยนก็ได้ ถ้าสมมุติเทปมันเกิดดังเปรี้ยงปร้างออกมา
    ชีวิตอาจจะเน่าเฟะก็ได้ เรามีเงินมากชีวิตเราอาจจะยิ่งกว่านี้ก็ได้ ซึ่งอันนี้ทุกคนพอมีอำนาจ อย่างถ้าผมได้เป็น ส.ส.
    ผมจะช่วยเหลือทุกคน พอเป็นแล้วมันก็ไม่ทำ นั่งรถเมล์ได้หรือเปล่าก็ไม่ได้ เป็นรัฐมนตรีกล้ามานั่งกินข้าวแกงหรือเปล่าก็ไม่มี
    ซึ่งไอ้พวกคนเหล่านั้นมันทำกันบ้างก็คงจะดี แต่มันไม่ทำกัน เราจะว่าว่ามันไม่ทำก็ไม่ได้
    เพราะเราไม่เคยเป็น ลองมาเป็นนายก ฯ อย่างคนนี้เขามีบ้านอย่างนี้เขาอยากอยู่อย่างนี้เขาก็อยู่
    ทำไมต้องไปอยู่ให้สมกับฐานะนายก ฯ เขาก็มีสิทธิที่จะใช้ชีวิตส่วนตัวบ้าง แต่อันนี้ไม่รู้นะ ทุกคนน่าจะมีชีวิตส่วนตัวที่ตัวเองไม่ถูกคลุมโดยฐานะการเงินหรือตำแหน่งหน้าที่ทางสังคม
  • มองชีวิตครอบครัวของตัวเองเป็นอย่างไร
  • ไม่เคยคิดจะมีครอบครัว ไม่เคยคิดจะแต่งงาน
    คงไม่มีใครทนได้หรอกและอีกอย่างเรามีความรู้สึกว่าไม่อยากแต่งงาน ไม่อยากมีครอบครัว
    ไม่อยากรับผิดชอบ ไม่อยากรับผิดชอบกับคนที่…. เอาอย่างนี้ดีกว่าไม่กล้ารักใคร
    อันนี้เป็นเรื่องที่ถือว่าเราตั้งความหวังกับความรักไว้สูงมาก สูงมาก แบบต้องตายด้วยกัน แบบเราตายมันก็ต้องตายกับเรา
    มันตายเราก็ต้องไม่อยู่ ซึ่งบางทีมันเป็นเรื่องเหมือน นวนิยาย คิดเสมอ อย่างโรมิโอ จูเลียต คล้าย ๆ อย่างนั้น
  • แต่ชีวิตที่ผ่านมา ก็ต้องมีความรู้สึกพิเศษกับใครบ้างล่ะ
  • ไม่ คนที่พูดคุยกับเราก็ต้องมีอยู่แล้ว แต่เราค่อนข้างปิดตัวเองพอสมควร
    บางครั้งเราอยู่แค่นี้เราก็หยุดแล้ว เราจะไม่แบบไปอะไรมาก เพราะเรารู้นี่ว่าเขาจะมาฝากความหวังอะไรกับเราไม่ได้
    และเราก็ไม่ต้องการที่จะไปหลอกใคร ว่าฉันชอบเธอนะ จะไม่เป็นแบบนั้น ยกเว้นแต่เขาจะเลือกเดินเข้ามา
    แต่เราจะบอกว่าเขาจะเดินเข้ามาได้แค่ไหน
  • และไอ้ที่แค่ไหน มันแค่ไหน
  • หมายถึงชีวิต อย่างเมื่อก่อนที่บ้าน
    เราอยากจะไปไหนก็ไปไม่เคยไปไหนแล้วบอกแม่ มีอยู่ช่วงหนึ่งอยู่คนเดียว แล้วกลับมาอยู่บ้าน
    แม่จะไม่มีสิทธิถามเลยว่าจะไปไหน จะไม่บอกถึงแม้เขาจะห่วงแค่ไหน พอมาช่วงหลังเขาจะเข้าใจไปเอง
    มันก็คล้าย ๆ แบบนั้น มันเป็นการยากเหมือนกัน ที่จะให้คนที่ถูกอบรมมาคนละแบบแล้วให้เขามายอมรับเรา
    แต่มันก็เหมือนว่าทุกวันที่เราเป็นนักร้องแบบนี้คนก็ยอมรับขึ้นบ้าง ถึงแม้จะน้อยแต่มันอยากจะเป็นแบบนั้น
    โดยที่เราอยากจะเป็นแบบนั้น เหตุผลใด อยากดังหรือว่าอะไรไม่รู้ แต่มันอยากเป็นแบบนี้อยู่ในตัวของมันเอง
    โดยที่มันไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นคนดีมาก จะต้องเป็น ซูเปอร์สตาร์ต้องทำดีตลอด
    ไม่ อยากจะเป็นนักร้องที่เลวบ้าง
    อย่ามายุ่งเรื่องส่วนตัว
  • แล้วกับการทดแทนบุญคุณ ลูกต้องช่วยเหลือพ่อแม่ เลี้ยงน้อง ทำให้ครอบครัวดูดีขึ้น
    แต่ในขณะที่ตัวเองตรงกันข้าม ตรงนี้รู้สึกอย่างไร
  • ก็รู้สึกเป็นเหมือนกับเอาเปรียบคนอื่นเขา
    เอาเปรียบต่อความ…หมายถึงเอาเปรียบต่อผู้หญิงทั้งโลกเลย เอาเปรียบต่อใครอีกเยอะแยะเลย
    ที่ซื้อเทปเราแล้วเราก็ทำตัวตามใจตัวเองโดยที่เราไม่แคร์ใครเลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเหมือนกับเราไม่รักใครเลยในโลกนี้
    แต่เราจะทำเพื่อทั้งหมดเพื่อสุดท้ายแล้วมึงจะรู้เอง ซึ่งมันอาจจะเว่อร์เกินไป แต่จะพูดได้ยังไง
    อย่างมีคนพูดว่าไม่แม้กระทั่งหมาที่เลี้ยง แล้วจะไปรักคนทั้งโลกได้อย่างไร ไม่รู้แต่เหมือนกับเป็นการคิดก้าวกระโดดไปว่าวันหนึ่งที่คนอ่านแล้วเกิดสันติภาพขึ้นบนโลกนี้ แต่นั่นคือความคิด ซึ่งการทำตรงนี้เหมือนการเลือกแล้วที่จะไปทำตรงนั้น

  • คนรอบข้างรู้สึกอย่างไร
  • ไม่มีใครเข้าใจ แม่-น้อง เพื่อนไม่ได้เข้าใจ แต่รู้ว่ามันไม่ได้ทำร้าย และเราก็เป็นคนดีในระดับหนึ่ง
    ถึงเขาจุนเจือในเรื่องเงินทอง ก็แค่การกินอยู่หลับนอน เราก็ไม่ถึงกับต้องแบบขอ ถ้าเกิดเขามีปฏิริยาสักนิดหนึ่งเราก็ไม่ไปยุ่งแล้ว
    ไม่ใช่แบบไปยืมเงินเพื่อนแล้วหน้าด้านไปยืม ไม่ใช่อย่างนั้น ไม่ใช่ ไอ้ห่า! เพื่อนมันลำบากจะไปยืมมันได้อย่างไร
  • เคยคิดไหมว่าจะต้องมีการตอบแทน
  • มีสิมันต้องมีสิ สิ่งหนึ่งอาจจะเป็นเพราะเราเป็นคนไทยด้วยก็ได้
    ที่บอกว่าต้องทดแทนพระคุณ แต่เราไม่จำเป็นต้องบอกแม่นี่ แม่วันหนึ่งเราจะทดแทนคุณ ไม่จำเป็น
    เพราะเราไม่มีตอนนี้ ไว้ให้เรามีก่อน แต่วันนั้นก็ยังอาจจะมาไม่ถึงก็ได้ เราก็บอกเขาว่าเราไม่รู้ ไม่จำเป็นต้องบอก
    แต่สิ่งที่เราทำอย่างน้อย ๆ เขารู้ สมมุติแม่ต้องรู้ คนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่ก็ไม่เคยคุยกับแม่ว่าแม่รู้สึกอย่างไรกับลูก (เวร) คนนี้
  • อย่างน้อยก็เพื่อแม่
  • ไม่ ไม่ใช่เพื่อแม่ แม่เขาไม่ต้องการแบบนั้น มันเป็นแนวคิดของแต่ละคน อย่างพระ
    ทำไมเขาถึงไปบวชพระ เพราะเขาเห็นความสุขของเขาว่าเขามีจิตใจสบาย เราก็เลือกเป็นนักข่าวเราก็ทำข่าวให้ดี
    อาจจะโด่งดังก็ไปทั่วโลกก็ได้ ซึ่งเราอาจจะมีจุดยืนของเรา แต่พี่ตอนนี้ยังไม่มี
  • ตอนนี้นอกจากทำงานตรงนี้อยากทำงานอะไรอีกบ้าง
  • ก็อยากจะบอกว่าคนไทยทำอะไรได้เยอะ โฆษณาก็ทำได้ดี เพลงยังห่างเขาอยู่
    หนังไทยก็ห่างเขาอยู่ แต่หนังดี ๆ เริ่มเข้ามาก็เหมือนกัน เราอยากจะเปลี่ยนอะไรที่เราเปลี่ยนได้
    ในเรื่องทำเพลงอาจจะไม่ได้คุณภาพแต่เราคิดว่าเราอยากจะทำให้มันดีขึ้นไป
    ความคิดที่เป็นสากลมากขึ้น การถ่ายรูปก็เหมือนกัน ทำไมเราถ่ายสู้ฝรั่งไม่ได้ คือเราต้องทำงานหนักมากกว่านี้อีกน่ะ
    ซึ่งจริง ๆ มันหลาย ๆ อย่าง ทำงานหนักแล้วก็ต้องคิดต้องอะไร สมมุติเราทำงานกับฝรั่ง
    ขนาดฝรั่งกระจอกหนีมาจากประเทศเขา มันยังทำงานหนักอย่างนั้น เอ็นจิเนียร์เราไม่เก่งเราก็ต้องไปเรียน
    มันก็ต้องมีการพัฒนาขึ้น ๆ ไป เพราะฉะนั้นเราทำงานอะไรขอให้เราทำให้ดีที่สุดแค่นั้นเอง
  • แปลว่าพี่สมถะ
  • มันจะขัดแยังกันมากนะกับคำว่าสมถะ อย่างถ้าพี่ขับรถสปอร์ตเปิดประทุนไป
    แล้วอีกคนกำลังเดินอยู่ข้าง ๆ ถนน ภาพที่ออกมาจะแตกต่างกันแต่คนจะไม่เข้าใจ
    คนที่มองว่ากินเหล้าเฮฮาเดินเข้ามาในร้านเฮ้ยปฐมพรเที่ยวอย่างนี้ด้วยเหรอ อะไรปฐมพรเที่ยวไม่ได้เหรอ เข้าใจไหม
    ซึ่งมันตลก บางทีเขาอยากเห็นเราดักดานซึ่งมันก็ไม่ใช่ เราก็เหมือนคนทั่วไป ไม่ได้วิเศษวิโส
    เพียงแต่บางทีถ้าเราพูดเราพูดตรง ถ้าเราไม่พูดเราก็ไม่อยากพูด
  • ทุกวันนี้ใช้ชีวิตอย่างไร
  • เสเพล
    ตอนนี้อยู่ที่บ้านอยู่กับแม่สองคนและหมาอีกหนึ่งตัว ตอนนี้นั่งรถเมล์ รถเพิ่งไปชน ก็ใช้รถของน้องอยู่
    แต่ว่าไม่ค่อยอยากใช้เท่าไหร่
  • ชีวิตนี้เคยผิดหวังอะไรบ้าง
  • พูดไปแล้วเรื่องของการทำเทปเป็นเรื่องที่ผิดหวังมากที่สุด
    เพราะทำเหมือนกับจะออกอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้ออก เสร็จแล้วไม่ได้ออก บางทีเปลี่ยนโปรดิวเซอร์คนนู้นคนนี้ เปลี่ยนนู้นเปลี่ยนนี่ เราไม่มีความหวังกับคนเลยนะ หวังคนนี้ก็ไม่ได้ คนนั้นก็ไม่ได้ มีแต่ตัวเราเท่านั้นที่หวังได้ ก็คือไม่เคยหวังกับคน
    มึงจะต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ เป็นเพื่อนกันไม่ต้องเป็นเพื่อน อยากทำก็ทำไม่อยากทำก็ไม่ทำ ไม่เคยหวังกับตัวเขา
    เราหวังกับตัวเรามากกว่าสมมุติคนที่เราช่วยเขา เราก็ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาช่วยเรา
  • ในอนาคตทุกคนก็ต้องแก่ถ้าแก่จะทำอะไรกับตัวเอง
  • ถ้าแก่ก็ไปอยู่ป่า ตอนนี้ก็คิดว่าตัวเองแก่อยู่แล้ว แล้วก็คิดเรื่องตายมามาก พอเริ่มโตก็เริ่มคิด
    ก็ผ่านช่วงนั้นมาแล้ว ช่วงที่ฆ่าตัวตายอะไรมาแล้ว ความรู้สึกเรื่องความตายกระจอก ก็เลย เฉย ๆ กับมัน
  • ชีวิตนี้ไม่ต้องการความรักความอบอุ่น
  • ทุกคนต้องการอย่างนั้น แต่บอกตัวเองเป็นคาถาในใจเลยว่าเราต้องโดดเดี่ยวได้ ไม่งั้นเราทำอะไรไม่ได้ แต่คงไม่แก่ตาย ตายก่อนแก่ แต่ไม่รู้ว่าตายอย่างไร คือถ้าเราอยู่คนเดียวได้จริง ๆ เราสามารถทำอะไรก็ได้ในโลกนี้ เราจะอยู่สองคน อยู่เป็นพันคนก็อยู่ได้
  • เคยไปดูดวงหรือเปล่า
  • ไม่เคยให้ใครดูลายมือมานานแล้ว
    ตั้งแต่กำหนดชะตาชีวิตของตัวเองจะไม่มีใครจะได้ดู
    ไม่มีใครกำหนดชีวิตเรา
  • มีแม่เคยไปดูให้หรือเปล่า
  • จะมีก็ตอนที่ออกเทปชุดแรก จะมีพี่ขุนทอง อสุนีฯ มานั่ง
    พี่กำลังนั่งอยู่ข้างถนนพอดีเลย เขาเดินมา ตอนนั้นกำลังตัดสินใจว่าจะไปฝรั่งเศส
    ตอนนั้นพ่ออยู่ฝรั่งเศส กำลังนั่งเซ็งอยู่ เขาก็ดูให้ ตอนนั้นให้หยิบไพ่ 2 ใบ เป็นไพ่ที่เดินทางทั้งสองใบ
    ไพ่ในสำรับนี้มีไพ่เดินทางอยู่สองใบเราจะได้เดินทาง จนจะ 3 ปีแล้ว
    เพิ่งจะได้ไปฝรั่งเศสเมื่อสองเดือนที่แล้ว หมายถึงไปเที่ยวด้วยนะ ไม่ได้ไปอยู่ น้องส่งไป น้องบังเกิดเกล้า
    เขารู้ว่าเราอยากไปต่างประเทศ เขาให้มา 4 หมื่น ก็ไปสบาย ๆ ไปคนเดียว ไป 10 วัน ก็กลับมา น้องชื่อชมพูนุช ปฐมพร
    ทำงานเป็นผู้บริหารฝ่ายการเงินของโรงกลั่นระยอง ส่วนหนึ่งของเชลล์
  • มีสมุดบัญชีหรือเปล่า
  • มี ตอนนี้เหลือ 37 บาท 
  • ไม่คิดไว้เหรอว่าถ้าเราเจ็บป่วยขึ้นมา เราไม่มีเงินสำรองไว้ เราจะไปเอาที่ไหน
  • ก็ไม่ต้องคิดสิ
    จะไปคิดทำไม ถ้าคิดแบบนั้นชีวิตก็มีแต่ความทุกข์สิ ชีวิตก็ไม่มีความหวัง ตื่นมาฟ้าจะมืดครื้มตลอดวันได้อย่างไร
  • แล้วชีวิตนี้มีความหวังอะไรบ้าง
  • ก็ยังมีความหวังกับการใช้ชีวิต คือจริง ๆ ความฝันก็เกือบจะหมดแล้ว
    เหลือที่จะเขียนหนังสืออีกเล่มหนึ่ง แต่การใช้ชีวิตแบบพเนจรเป็นชีวิตที่ชอบ ได้เดินทางได้อะไร ตอนนี้เราเลือกผิด
    เราเลือกเป็นนักร้องเราก็เลยไม่ได้เดินทางไม่ได้อะไร
  • หนังสือที่ต้องการจะเขียนจะเขียนเรื่องอะไร แล้วจะสื่อเรื่องของอะไร
  • เป็นเรื่องเกี่ยวกับคนเรา เกี่ยวกับตัวตน ไม่รู้ ยังไม่รู้เลยเพราะยังไม่เขียน เขียนแล้วพอคนอ่านจบแล้ว
    อ๋อ ! ชีวิตเป็นแบบนี้ แล้วทุกคนก็จะอ่านมันรอบแล้วรอบเล่า แต่ใครจะทำได้ แต่หวังไว้


บทสัมภาษณ์ข้างต้น เป็นส่วนหนึ่งที่ถูกถ่ายทอดจากปากคำของปฐมพรเอง
แต่ระยะเวลาที่เดินทางมีมากเกินคำบรรยาย ยังไงอนาคตถ้าทีมงานได้มีโอกาสแบบนี้อีก
คงจะได้ขุดคุ้ยขุดแคะให้สะใจมากกว่านี้ .ถึงท้ายสุดตรงนี้ ก็ขออวยพรให้โชคดีสมใจอยาก และปรารถนา
ขวากหนามและมรสุมที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ก็ขอให้ลุล่วงโดยดุษฏี

 

 


จากนิตยสาร ชีวิตชีวา
ขอบคุณพี่จั่น ที่เคยโพสรูปจากนิตยสารเล่มนี้ไว้ที่กระทู้นี้ด้วยค่ะ http://www.pryfriend.com/webboard/143_magazine.htm

 

 

 

 



เรามี 21 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
รวมบทสัมภาษณ์
Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79
บทความทั้งหมด
Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79