Home รวมบทความ รวมบทสัมภาษณ์ คำให้การของ พราย “จะว่าผมเป็นคนถ่อยผมก็เป็น”
Warning: Parameter 1 to modMainMenuHelper::buildXML() expected to be a reference, value given in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/libraries/joomla/cache/handler/callback.php on line 99

บทความมาใหม่

Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_latestnews/helper.php on line 109 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_latestnews/helper.php on line 109 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_latestnews/helper.php on line 109 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_latestnews/helper.php on line 109 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_latestnews/helper.php on line 109 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_latestnews/helper.php on line 109

คำให้การของ พราย “จะว่าผมเป็นคนถ่อยผมก็เป็น”

 คำให้การของ พราย “จะว่าผมเป็นคนถ่อยผมก็เป็น” ด้วยเนื้อหาและคำร้องของบทเพลงที่เขาแต่ง ทำให้เขา ถูกตรา หน้าว่า ลามก,ถ่อย จากถ้อยคำและความคิดที่อยู่ในบทเพลง ทำให้คนอื่น มองเขาว่า เป็นคน โรคจิต,บ้า และจากอะไรต่อมิอะไรอีกหลายอย่างที่เขาทำ ทำให้ หลายคน มองว่า เขาสร้างภาพ

กับนักร้องที่ชื่อ พราย ปฐมพร ปฐมพร ผู้ชายที่ใช้สีคาด หน้าเดิน เข้าไปในบริษัทเทปเพื่อขอทำงานเพลงโดยไม่แคร์สายตา ว่าใคร จะมอง ผู้ชายที่แก้ผ้าเพื่อทำโปสการ์ดจนกลายเป็นข่าว ครึก โครม ผู้ชายที่ถ่มน้ำลายรดหน้าตนเอง ฯ…

วันนี้เขายอมให้สัมภาษณ์กับผู้จัดการรายวัน หลังจากที่ หายไป จากวงการเพลงกว่า 5 ปี ตลอดช่วงที่ให้สัมภาษณ์นั้น ผู้ชายชอบ คาดหน้าคนนี้ เต็มไปด้วยความสับสน แม้เขาจะบอกว่า สงคราม ภายในจิตใจของเขามันเริ่มคลี่คลายแล้วก็ตาม

สัมผัสกับคำให้การเกี่ยวกับเรื่องราวชีวิต และความคิด ของ ผู้ชายคนนี้ แล้วตัดสินเอาเองว่า คำว่า ถ่อย โรคจิต ตลบ ตะแลง สร้างภาพ แท้จริงแล้ว เขาเป็นคนเช่นนั้นหรือเปล่า

“เรื่องเกิด ...ถ้ากับคนอื่นจะบอกว่าเป็น..คนชลบุรี เกิดที่ ชลบุรี นะ เพราะว่าย้ายตามพ่อตามแม่มาอยู่ที่นี่นานแล้ว คุณ แม่เป็นคน พิจิตร พ่อเป็นคนอยุธยา แต่ในความเป็นจริง จริงๆแล้ว ผมเกิดที่ เวียงจันทร์ พอดีพ่อเขาไปทำงานที่นั่นเกี่ยวกับแคมป์จีไอ ทำ อะไรก็ไม่รู้ ก็เลยไปเกิดที่นั่นกับหมอชาวฝรั่งเศส ตอนที่ ทหาร ฝรั่งเศสจะถอนออกไปก็มีแนวโน้มว่าจะได้ไปฝรั่งเศส เหมือนกัน แล้วก็ไม่ได้ไป ย้ายกลับมาเมืองไทย ก็กลายเป็นว่าเฮ้ยเรา เป็นคน ลาวนี่หว่า”

“ตอนแรกๆไม่อยากจะบอกใคร คือกลัวคนอื่นจะมองว่า เป็นปม ด้อย แต่ตอนนี้มันน่าภูมิใจ ผมมีน้องผู้หญิงคนหนึ่ง ก็ เรียน ประถมอยู่ที่อุดร ป 1. เข้าพร้อมกันแต่บังเอิญผมเรียน เก่งกว่าก็ เลยเลื่อนขึ้นชั้น ป.2 ก่อน จากอุดรธานีก็ย้ายไปที่ นครพนม คือ มันย้ายไปมาบ่อยๆ มากๆ แล้วก็มาสัตหีบที่ชลบุรี มา เรียนชั้น มัธยมที่สัตหีบ แล้วก็เข้ามากรุงเทพฯ”

พรายเริ่มเล่นดนตรีในช่วงที่เข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย ที่ ม. กรุงเทพโดยที่มีแนวความคิดที่ไม่ค่อยเหมือนกับเด็กในยุค เดียว กัน

“มาเจอรุ่นน้องที่เล่นดนตรีก็เลยเล่นดนตรี ก็เริ่มแต่งเพลง เอง แล้วก็ซ้อมเพลงของตนเองเลย ซึ่งแต่ก่อนเขาไม่ทำกันนะ เพราะ ว่าคนอื่นจะซ้อมเพลงของคนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เช่นพวก เฮฟวี่ เข้าไปห้องซ้อมเราก็เล่นเพลงของเราเอง ซึ่งเราก็เล่นไม่ เก่ง คนก็ งง มันมาเล่นเพลงของตนเอง ก็หายากเหมือนกันในยุค นั้น”

“จนกระทั่งไปประกวดเพลงของสโมสรผึ้งน้อยเกี่ยวกับ เรื่องยา เสพติด เอาเพลงที่แต่งไปก็ชนะเลิศ ตอนนั้นเราใช้ชื่อว่า วงเก คือเราคิดว่ามันต้องเป็นภาษาอะไรชนิดหนึ่งที่ต้องเป็น กลางๆ จากนั้นก็เริ่มต้นทำเทปกันคนที่เป็นผู้จัดการคือน้าหมู ซึ่ง เขาเป็น แฟนน้านิดที่ดูแลวง XYZ แล้วก็พวกสโมสรผึ้งน้อยอยู่ พอ เขา เห็นว่าเราเล่นได้เขาก็โอเคจะทำเทปมั๊ย เราก็บอกทำ แต่ เรา บอกว่าทำนะเราต้องอัดเองนะ…”

ความดื้อรั้นและเอาแต่ใจตนเองของผู้ชายคนนี้เริ่ม แสดงออกมา

“…ซึ่งสมัยก่อนเมื่อ น่าจะเป็นประมาณ พ.ศ.2524 ซึ่ง ตอนนั้น เขาจะเอาวงอื่นมาเล่นแบ็คอัพให้ เราก็บอกไม่เอาเราจะ อัดเอง ก็ เป็นเพลง ชุดไม่ได้มามือเปล่า คือมันเสร็จตั้งนานแล้ว แต่ เป็น เพราะความดื้อของเรา คือพูดง่ายๆว่าคุณภาพของเราไม่ ดี เสียง ร้องก็ไม่ดี ดนตรีก็ไม่แน่น ทุกอย่างมันสู้เขาไม่ได้ คือเราดื้อ จริงๆ จนพี่หมูเขาระอา สุดท้ายเทปชุดนี้ก็ถูกดองกว่า 5 ปี ก็ออก มาตอนปี 30 ได้มั๊ง ตอนนั้นจะไปเสนอที่ไนท์ สปอต โพ รดักชั่น มันก็ออกไม่ได้ น้าหมูก็พยายามดันจนเลิกลา มันก็ไม่ใช่ เพราะ ความดื้อของเรานะที่เทปออกไม่ได้ มันมีหลายอย่าง ประกอบ กัน”

“สุดท้ายผมก็ดันจนเทปชุดนี้ออกจนได้ โดยออกกับค่าย รถไฟ ดนตรี ตอนนั้นเพื่อนๆก็แยกวงกันไปหมดเลยกลายเป็น อัลบั้ม เดี่ยว”

“ซึ่งมันก็ล้มเหลวหมด อย่างที่บอกมันแทบจะไม่มีอะไรดี เลย ก็ เลยเข้าใจในตัวน้าหมูคือเขาเป็นผู้จัดการวง เขาก็ พยายามเก็บ เงินมาสร้างวงเรา ตอนนี้เรารู้สึกว่าสิ่งที่เขาลงทุนเขาไม่ ได้อะไร เลยเพราะเขาบอกเราแล้วเราไม่เคยเชื่อเลย เขาก็ พยายามที่จะ ออก เขาเจ๊ง มาถึงวันนี้เรารู้สึกอย่างหนึ่งว่า… ผมอยาก จะ บอกว่ามันคงมีความเจ็บปวดแน่นอนแต่อยากให้เขา อโหสิ แล้ว ตอนนั้นเรามันก็ดื้อฉิบหายเลย สมชื่อวงเลย เกเรจริงๆ”

“พอออกเทป.. ก็คือออกคนเดียว..พอเทปออกได้ก็กะ ว่า พอแล้ว ไม่ทำอีกแล้ว เพราะว่าได้ทำในสิ่งที่ตนเองต้อง การ เข้า ใจนะ ตอนนั้น ก็บอกว่าเลิกร้องเพลง กูไม่แคร์ใครทั้งนั้น จะดีไม่ ดีช่างหัวมัน กูอยากให้อออกมันก็ต้องออกได้ ออกมาก็จบ เราทำ ได้แล้ว ก็พอออกไปก็ขายไม่ค่อยดีเราไปเล่นคอนเสิร์ต มัน ก็ไม่ดี อีกมันยิ่งไม่ดีใหญ่ คือความรู้สึกเรามันไม่มีอะไรดีเลย เรา ก็คิด ในใจ กูพอแล้วกูจะเลิกแล้ว ตอนนั้นไม่ได้บอกใครนะ “

“ก็มีครั้งหนึ่งที่ไปเล่นที่ร็อค ผับก็เลยบอกคนดู ว่าจะเลิก ร้อง เพลงแล้ว ชุดเดียวก็เลิกเลย” แล้วปมความขัดแย้งในใจของพรายก็เริ่มเกิด ซึ่งสำหรับ คนอื่น จะมองว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องของการตลบตะแลงทาง ควมคิดก็ ได้

“…พอกลับมาบ้านก็ร้องไห้ เฮ้ยกูพูดอะไรออกไปวะ บ้า หรือ เปล่า ทำมาตั้งนานกว่าจะได้ออก แล้วมึงก็มาบอกเลิก บ้าหรือ เปล่าวะ ซึ่งตอนนั้นเทปมันก็คงขายได้บ้างแหละ ทาง รถไฟ ดนตรีจึงติดต่อกลับมาแล้วก็บอกว่าทำไมถึงเลิกล่ะ ออก ใหม่หรือ เปล่า เขาก็บอกทีนี้อยากทำอะไรทำเลย “

“ทั้งๆ ที่เราแต่ก่อนต้องไปง้อ ต้องรอ กว่าจะได้ออกสัก อัลบั้ม หนึ่ง มันเหมือนกับว่า…แล้วเราก็กลับมาทำ…ไม่รู้ว่าเรา รัก ดนตรีหรือเปล่านะ แต่มันอยู่กับมานานเราก็นึกเราบอก เลิก เออกว่าจะทำได้ พอมีโอกาสทำไมมึงไม่ทำวะ เราก็บอก มึงกลืน น้ำลายตัวเองนี่หว่า..มุงบอกเลิกไปทำไมแล้วยังจะกลับ มาทำ อีก…นั่งนึกอยู่ เออว่ะเรากลืนน้ำลายตัวเอง ตอนนั้นเพลง ก็ยัง แต่งอยู่นะ โอเคทำก็ทำ”

อัลบั้ม พราย ก็ออกมาภายใต้สังกัดเดิมแล้วเรื่องต่างๆที่ ทำท่าว่า จะดี ก็เกิดเป็นเรื่องขึ้นมาอีกเพราะความเอาแต่ใจตนเอง ของเขา

“…แต่เราจะไม่สัมภาษณ์จะไม่มีมิวสิควิดีโอนะ จะไม่ทำ อะไร ทั้งนั้น ขออย่างเดียวคือถ่ายรูปเพื่อทำโปสการ์ด ที่แก้ผ้า ถ่ายรูป ตอนนั้นก็กลายเป็นข่าวอีก แล้วมันก็กลายเป็นเรื่องอีก เรื่องหนึ่ง คือเรื่องการสัมภาษณ์ จริงๆ เราบอกแล้วว่าเราอยากทำ แต่เราจะ ไม่สัมภาษณ์ แต่พอเราทำเสร็จ เขาก็ไปออกข่าว ก็เรียก โทรทัศน์ พวกหนังสือพิมพ์ มาขอสัมภาษณ์ เราบอกว่าเราไม่ สัมภาษณ์ก็ เลยทะเลาะกับบริษัท”

“พอเราไม่สัมภาษณ์ทั้งที่เขาติดต่อไว้หมดแล้วแต่เราไม่ ไป ก็เลย ไม่พอใจซึ่งกันและกันแล้ว… แต่พอทะเลาะกันเสร็จ ทีนี้ เราอยาก พูดมั่งโว้ยว่าทำไมเราถึงไม่ไปให้สัมภาษณ์ เราก็เลยไปให้ สัมภาษณ์อีกครั้งหนึ่ง…เราก็บอกเลยว่าเรา..บอกตั้งแต่ ต้นแล้ว ว่าเราจะไม่พูด เพราะว่าเราต้องกลืนน้ำลายตัวเองมา แล้ว และที่ เราออกมาพูดครั้งนี้…เราพูดเพราะเราอยากจะบอกว่า คุณมาสั่ง ให้ผมพูดไม่ได้ คุณบอกเองไม่ใช่หรือว่าให้ผมทำอะไรก็ได้ ผมก็ ทำแล้วนี่ไง อัลบั้มพราย ซึ่งพอจบไปแล้วก็ไม่ได้ยุ่งกัน “

“อันนี้คือเรื่องเก่านะ คือทุกคนที่เกี่ยวข้องมีแต่ความรู้สึกที่ ดีให้ เรา แต่…ตัวเราก็งงตัวเอง เดี๋ยวจะเอาอย่างโน้นจะเอา อย่าง นี้…”

หลังจากอัลบั้มชุดที่สองออกมาคราวนี้พรายคิดว่าทุกสิ่ง ทุกอย่างมันคงจะเลิกไปเองโดยปริยาย แต่แล้วอัลบั้มใหม่ ของ เขาก็ออกมา คราวนี้ออกมาพร้อมกันถึงสองอัลบั้มเป็น อัลบั้มคู่

“พอจบชุดที่สอง มันก็คิดว่ามันคงจะเลิกของมันเองไปโดย ปริยาย ก็อยู่มาเรื่อยๆแต่งเพลงอยู่ ก็แต่งเพลงชุดเจ้าหญิง แห่งดอกไม้ เจ้าชายแห่งทะเล ตอนนั้นปี พ.ศ.2536…ก็ไม่ ได้ กะทำ พอดีไปห้องพี่นุภาพ สวันตรัจน์(นักดนตรีฝีมือดีคน หนึ่ง ของไทย ผลงานที่เป็นที่รู้จักกันมากคือ อัลบั้ม แปะเจี๊ยะ ) ก็คุย กันกับพี่นุภาพ พี่นุภาพก็บอก เฮ้ยมันมีเด็กมา จากอเมริกา คน หนึ่งไฟแรงเลยนะลองคุยดูไหมเผื่อว่าจะได้ทำเพลงอีก คน นั้นก็ คือสุกี้ (สุโกศล แคลลป์) ซึ่งเขาทำงานกับ Kenny Jackel อยู่ ห้องอัด ก็ได้รู้จักกับ Kenny ตอนนั้นคือเขาเพิ่งจะเริ่มทำ กัน พอ คุยกับ Kenny เขาก็บอกทำงานเพลงดีกว่า เราก็ เฮ๊ย… มันฝรั่ง ก็เลยคุยกันถูกคอ พอดีช่วงนั้นบริษัท BMG ซึ่งเขายังไม่ เคยทำ เพลงไทยเลย BMG ก็มีการติดต่อกับ Kenny เขาก็รู้จักเรา บ้าง ก็เลยได้คุยกับ BMG”

“เราก็บอกว่าถ้าทำผมทำสองอัลบั้มเลยนะ คือ ทุกครั้งที่ เราจะ ทำอะไรเราต้องเสนอไปถ้าเขาไม่เอาเราก็ไม่เอา พอเขา ตกลง เรา ก็เลยเอาเลย แต่ตอนนั้นมันยังไม่สมบูรณ์ งานมันก็ เลยออกมาบาง เพลงดีบางเพลงไม่ดี แต่ว่าก็แฮปปี้ เราก็อยากทำอะไร ผล ของ มันเป็นอย่างไรไม่รู้นะ ไม่สน…”

ความดื้อรั้นที่อยู่ในส่วนลึกของจิตใจก็ออกมาอีกครั้งหนึ่ง

“..เล่นคอนเสิร์ตที่บ้ามนังคศิลา เขาอยากให้เล่นเพื่อโป รโม ทอัลบั้ม เราก็โอเคเล่น แต่เราจะเล่นเพลงอื่นนะ ..เป็นไง.. คิดดู ออกอัลบั้มมาคู่เลย แล้วเล่นคอนเสิร์ตเพื่อโปรโมทอัลบั้ม แต่ไม่ เล่นเพลงในอัลบั้ม เล่นเพลงใหม่หมด เป็นคอนเสิร์ตที่ดี มาก คน ไม่เคยได้ยิน แต่ทุกคนแฮปปี้หมดมันก็เลยมีพลัง เราก็ร้อง เพี้ยน “

แล้วความคิดของเขาก็เริ่มสับสนมากยิ่งขึ้น

“คือทุกอย่างมันเป็นของเราเองหมด เราก็ไม่รู้ว่าทำไมมัน เป็น อย่างนั้น นิสัยเรามันเป็นแบบนั้นมาตั้งแต่แรก เราจะทำ แบบนี้ มันดีมั๊ย มันก็คงไม่ดีเท่าไหร่หรอก แต่มันก็เป็นเรามาจน ทุก วันนี้ มันคือเรา …”

“ทีนี้พอเพลงอินดี้มันเริ่มที่จะบูมขึ้นมา สิ่งที่เราคิดว่ามัน เป็นไฟ แรงอะไร สุดท้ายมันก็กลายเป็นธุรกิจอีก คือพูดง่ายๆมันก็ ต้องมี แหละ เพราะไม่เช่นนั้นมันจะอยู่ไม่ได้ ก็ออกมา ก็ออกมา ทำเอง ชุดพรายใต้สำนึก ชุดสีแดง ทำเองขายเองกับออนป้า เพราะเรา ได้ทำอะไรอย่างที่เราจะทำ พอเสร็จ ทิ้งไปสักพักหนึ่ง ก็ไป โพ รดิวซ์ให้ชีพชนก แล้วก็ไปอเมริกา”

“ช่วงก่อนหน้านั้นมันเป็นความฝันเลยนะว่าจะได้ เดิน ทาง เราก็ไปยุโรป ไปโน่นไปนี่ ไปอยู่ที่อเมริกา 3 เดือน ส่วน ใหญ่ไปก็อยากจะดูว่ามันเป็นอย่างไร แล้วก็ถ่ายรูปพอ เอามาให้ แม่ดูแม่ก็บอกมันเที่ยวเหรอวะเนี่ย มันสนุกตรงไหนเนี่ย ทำไม มันถึงเหงาจัง คือในรูปมันมีหน้าเรากับสถานที่ เพราะ เราชอบ ไปคนเดียว ไปทะเลก็ดมหินดมทรายอยู่นั่นแหละ มัน อยากทำ แบบนั้น”

“กลับมาจากอเมริกา ตอนนั้นเพลงมันก็มีอยู่ เพราะเรา จะแต่ง เพลงตลอด แล้วก็ไปอยู่กับเพื่อนที่เล่นดนตรีอยู่ที่ภูเก็ต ประมาณ 2 เดือน ก็ทำเพลงอีก อัดเล่นๆ เลยออก 6 เพลง ชุดสี เหลือง “

“ต้องอธิบายก่อนว่า ทุกชุดที่ออกมามันมีชื่ออัลบั้ม แต่มัน จะไม่มี ชื่อเพลง แต่ชุดสุดท้ายเนี่ยมันมีชื่อเพลง แต่ไม่มีชื่ออัลบั้ม เพราะ เราคิดว่ามันไม่ใช่อัลบั้ม เพลงมันน้อย ทำเองขายเอง “

ทั้งหมดคือเรื่องราวของชีวิตที่ผ่านมา เราเปลี่ยนเรื่องมา คุยถึง เนื้อเพลงกันบ้างเพราะเมื่อเราลองรวบรวมเนื้อเพลงทั้ง หมดของ พรายมากางอ่าน เราจะพบว่าเนื้อหาส่วนใหญ่จะมอง โลกในแง่ ร้าย ต่อต้านเดินออกห่างสังคม โหยหาความสันโดษ รวม ไปถึง เรื่องของ เรื่องของกำลังใจ ซึ่งทั้งหมดแสดงถึงความคิดที่ สับสน…และชีวิตที่มันหดหู่เหลือเกิน…เขาคิดเช่นนั้น และเป็น เช่นนั้นจริงๆหรือเปล่า

“ถ้ามาวิเคราะห์กันตรงนี้เราคงมีส่วนในความลึกตรงนั้น จริงๆ ว่าเราเหมือนกับว่าแม่งไม่มีใครเห็นค่าเรา พอเราร้อง ออกไปเรา จะรู้สึกถึงน้ำเสียงเรา เรามาฟังเลยรู้สึกเลยว่า มันเศร้า จริงๆ ทำไมเพลงเรามันเศร้า เราเป็นห่าอะไรทำไมมันเศร้าได้ ขนาดนี้ วะ เราก็มานั่งนึกคงเพราะว่าครอบครัวเราเป็นอย่างไร ครอบ ครัวเราแตกแยก แล้วก็… แต่สุดท้ายมันเป็นเพราะว่าจิต เราเป็น แบบนั้นเอง”

“เขาก็มอง…คือคนอื่นมองตลอด ว่าเราแบบว่าเหมือน กับ เอาแต่ ใจตนเอง หดหู่ ซึมเซา ซึ่งจริงๆ ถามว่ามันเป็นจริงๆมั๊ย มันเป็น เพื่อนเหรอ เพื่อนมี…ก็มีเพื่อนแต่แบบมันไม่ได้ไปไหน ด้วยกัน ตลอด”

“คือขนาดน้องสาวที่รักกันมากเนี่ย…น้องสาวแท้ๆยังบอก เลย เขาเคยคิดเสมอว่า พี่ต้องฆ่าตัวตาย เราไม่รู้นะ จนกระทั่ง โตมา เขาถึงบอกกับเรา”

คำให้การของพรายเริ่มไปไกลจนถึงเรื่องการฆ่าตัวตาย

“…เรื่องตายเนี่ยเราคิดว่ามันกระจอก เออ…จริง.. แต่ทุก คน ต้องคิดถึงเรื่องนี้ไว้นะ แม้ว่าเราจะเป็นโรคจิต หรือแบบว่า มี ความรู้สึกหดหู เหมือนกับไม่แคร์ใครเลย แต่เราจะมีหัก มุมอยู่ เสมอเลย ไม่ใช่ว่าเราไม่เคยฆ่าตัวตาย เรารู้เลยว่าใกล้ ตายมันดิ่ง ลงไปต่ำสุด มันจะมีลูกฮึดขึ้นมาอยู่อันหนึ่ง มันจะเป็นการ ดิ้นรน ของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งซึ่งมันจะดิ้นขึ้นมา”

“ เพราะฉะนั้นเราก็จะเข้าใจว่าอ๋อไอ้คนที่มันตกต่ำจริงๆ มันเป็น อย่างไร แต่ไอ้คนที่ไม่เคยต่ำแบบนั้นมันจะไม่เข้าใจ เราก็ เลย หยิบตรงนั้นมาแล้วเราก็จะบอกว่า ใครที่เคยอยากฆ่าตัว ตาย ฆ่า แม่งเลย แต่อย่าพึ่งตาย… ลองฆ่าดูแต่ไม่ต้องตาย มึง เก่งอย่าง ไร มึงก็ลองๆดู คือเราพยายามบอกคนอื่นแบบนั้น เพื่อเรา จะได้ เข้าใจว่าจริงๆ แล้วชีวิตมันมีค่ามาก”

ยิ่งพูดอารมณ์ของพรายก็ยิ่งขึ้นสูงมากยิ่งขึ้น เมื่อถามถึง ว่าเขามี ความผูกใจเจ็บกับนกวิจารณ์เพลงหรือเปล่า เพราะหนึ่ง ในเพลง ทั้งหมดของเขา มีอยู่เพลงหนึ่งที่มีเนื้อร้องที่ใครเห็นแล้ว ต้อง สะอึก

‘เกิดมา ให้พวกมึงวิจารณ์ ทำงานให้พวกมึงเหยียบย่ำ เล่น หรือ เห็นกู เป็นกากเดินสังคม…ไม่มีแดกไม่ได้ขอมึงกิน ไม่ได้ ปลิ้น ปล้อนให้ใครชม ถึงเหม็นเป็นอาจม กูก็คือบทเพลง

…แหกปากร้องก็มาจากหัวใจ ข้างใน ขบขัน หวั่นไหว ใครไม่ ฟังก็ไป ไกล ไกล ตีน..’

“จริงๆแล้วที่โดนวิจารณ์ มากๆ คือไปแต่งเพลงให้วง ที เคโอ ที่สุกี้เขาเป็นโพรดิวเซอร์ ชื่เพลง ว่าว ส่วนเรื่องเสียง ร้อง ไม่เคยโดนนะ ถึงเสียงเราจะห่วย แต่เพลงว่าว (เนื้อหา ของมัน คือชวนผู้หญิงมาชักว่าวที่สนามหลวง) เพลงนั้นโดนเลย ก็ช่วย เพื่อนมันทำเพลง คือเรามีใจบริสุทธิ์พอสมควร อันนี้เพลง มัน ออกมาอย่างไรก็ไม่สนใจ มันก็มีคนด่าเรา แต่ตอนนั้นเรา ก็แรง เราก็รู้สึกว่า กูไม่ได้ไปขอมึงกิน ทำไมมึงต้องมาด่าเรา เคย ไปขอ ที่โลกดนตรี เขาบอก ปฐมพร ไม่มีที่ให้ปฐมพรเล่น เราขอ ไปเล่น มันไม่ให้เราเล่น คิดดู”

พรายไม่รู้ว่าสิ่งที่ตนเองทำมาทั้งหมดมันจะทำให้เขาเดิน เข้าไป จนถึงคำว่าถ่อย จนเมื่อวันหนึ่งเขาได้ยินคำๆนี้ออกมา จากปาก ของเด็ผู้หญิงหน้าตาไร้เดียงสาคนหนึ่ง

“มันเคยเจอแล้วรู้สึกมากๆ คือไปที่ร้านหนังสือแล้วก็เจอ เด็กที่มัน หน้าตาน่ารักนะ เขาก็เห็นเราคงเมื่อประมาณ 8 ปีแล้ว นะ …เขา มีกันสอง พอเราเดินไปคนหนึ่งก็บอก เฮ๊ย..นี่มันปฐมพร อีกคน เขาก็ทำหน้ารังเกียจ แล้วก็เออ.. บอกว่า ถ่อย..”

“เราหยุดกึกเลย..ไอ้ห่าเราก็มองเขาเป็นเด็กที่หน้าตาสด ใสน่ารัก นะ แสดงว่าสิ่งที่เราทำมันแย่มากเลยหรือวะ..แค่เราฟัง เราก็รู้สึก ว่า คือเราก็ไม่ได้ไปสร้างภาพ แต่เรา …แสดงว่าเราถ่อย จริงๆ โว้ย “

“ก็เลยมาปรับตนเอง สงครามภายในใจมันก็เกิดขึ้น เพลง อัลบั้ม ชุดจิตใต้สำนึกมันก็ออกมาเราถ่อยจริงหรือเปล่า เราถ่อย เพราะ เราไปแต่เพลงลามก หรือว่าเราแก้ผ้าถ่ายภาพ หรือว่า เพราะเด็ก คนนั้นไม่ได้ฟังเพลงของเราทั้งหมด แต่เราก็ไม่ได้โทษใคร เพราะว่ามันต้องมีมุมมองของความเป็นจริงอยู่ บ้าง “

แล้วถ่อยหรือว่าลามกจริงหรือเปล่า หรือว่าทั้งหมดต้อง การ สร้างภาพ?

“สมมติว่าคำว่าถ่อยตอนนั้น คือเรื่องจริง มันก็แสดงว่าผม ได้ทำ ร้ายคนในวงการมาตั้งแต่แรกเลย เป็นไปได้… สิ่งเหล่านี้ มันก็ลง มาที่เรา… แต่เราก็ไม่แคร์ ใครจะมองว่าเป็นการสร้าง ภาพ ไม่ แคร์อยู่แล้ว ผมก็สร้างภาพให้ตนเองอยู่แล้ว เพราะอยาก จะเป็น แบบนั้น ตอนที่ยังไม่ได้ไปรถไฟดนตรี เสนอเทปใครก็ไม่มี ใคร เอา ไปที่ค่าย ครีเอเทีย ก็ทาสีคาดหน้าเดินเข้าไปใน บริษัทเลย คนเขาก็หัวเราะกัน หัวเราะก็ช่างพ่อช่างแม่มึงไม่เกี่ยว กับกู กูเอา เทปวางไว้ เขาก็เรียกไปคุย คุยอยู่กับโพรดิวเซอร์ 6 เดือน แม่ง ไม่ได้ทำอะไรเลย”

“ทุกเรื่องมันธรรมดาสำหรับเรา เราคิดว่าเราอยากทำ แบบนี้มัน ธรรมดาสำหรับเรามากแต่เขาเห็นว่าไม่ธรรมดาเขาหา ว่าสร้าง ภาพ ก็เรื่องของเขา แต่ภาพของเด็กคนนั้น มันมาจากใจ ของเขา เราต้องเคารพคำพูดของเขา แต่ในใจเรามันมีความ แค้นอยู่นะ แต่เราก็มองเห็นหน้าใสๆแล้วเราก็รู้ว่าเขาคงไม่ได้ถูกใคร สอน มาบอกว่าเราถ่อยหรอก มันเกิดจากเราจริงๆ ซึ่งมันก็จะมี เพลง ใต้สำนึก ร้องว่า เรามันเลว เรามันเลว มันสะใจผมมาก”

“ลามกคืออะไร ถ้าคุณสามารถเขียนเพลงได้สักเพลงหนึ่ง แล้ว คุณร้องไห้กับมันได้ ไม่ว่าใคร จะเป็นเพลงหรือบทเพลง รู้สึกถึง การร้องไห้ ไม่ใช่การเศร้าอย่างเดียวนะ ผมคิดว่านั่น แหละคือ สิ่งที่มีค่าอันหนึ่งสำหรับมนุษย์นะ ที่ควรรักษาไว้ คือคุณ แสดงออกถึงความรู้สึก จะเป็นคนวาดรูป คนเขียนเพลง นัก แสดง หรือนักเขียน มันสามารถที่จะกรีดอารมณ์ แล้วให้ คนอื่น รับรู้อารมณ์ของคุณได้ ถ้าคุณคิดว่าเขาเหล่านี้เป็นคน ลามก โดย การแก้ผ้าถ่ายรูป หรือว่าจะเขียนเพลงเกี่ยวกับการชัก ว่าว ผมก็ ยอมรับ ผมก็ขอเป็นคนลามก”

พรายบอกว่าตอนนี้ความคิดภายในจิตใจของเขาเริ่มที่จะ คลี่ คลายแล้ว

“แต่ทุกอย่าง มันผ่านขั้นตอนนั้นมาแล้ว ตอนนี้สงคราม ในใจผม มันต่อสู้กันระหว่างจิตสำนึกกับจิตใต้สำนึกมานานมาก ผมไม่รู้ นะ แล้วผมก็รู้ว่า คนเราทุกวันนี้ไม่มีใครรู้ น้อยคนที่รู้ ผม โชคดี มากที่ผมรู้แล้วผมรู้แล้วว่าจิตใต้สำนึกผมมันทำงานอย่าง ไร แล้ว มันกำลังทำอะไรของมันอยู่ และตอนนี้สงครามมันเริ่ม เบาบาง ลงแล้ว มันเริ่มฉลาดแล้ว “

“วันนี้ที่เราได้คุยกันเพราะว่าปมผมเริ่มคลาย ถ้าเป็นแต่ ก่อนผม อาจจะมองว่า มึงเป็นใครวะมึงไม่มีข้อมูลกูเลย เมื่อก่อน มันจะ คิดแบบนั้น ถ้าเป็นเมื่อก่อนนะ แต่วันนี้มันคลี่คลายแล้ว”

เมื่อโดนแบบนี้เราเลยรีบเปลี่ยนเรื่องเพราะกลัวสงคราม ในใจ ของเขาจะเริ่มครุขึ้นมาอีก โดยถามไปถึงช่วงเวลาที่หาย ไปกว่า 5 ปี

“ก็จบจากอัลบั้มชุดสีเหลือง ประมาณ 5 ปีมั๊ง ตรงนั้นแล้ว ก็หยุด ก่อน ตอนนั้นก็เริ่มงงว่า กลับมาคิดทบทวน มันเป็นอะไร กันแน่ นะ คือก็เพลงก่อน ที่แต่งให้ โมเดิร์นด๊อก แล้วคนมันฟังมัน กัน ทั้งบ้านทั้งเมือง แล้วเพลงเราทำไมไม่มีคนฟัง เพลงนั้น เราแต่ง นี่หว่า เพราะว่าเราร้องไม่ดี แน่ๆเลย หรือว่าเพลงของเรา ส่วน ใหญ่ฟังกันแล้วไม่ค่อยเข้าใจ”

เมื่อพูดถึงเพลงก่อน ก็ให้นึกขึ้นได้เพราะว่าเพลงเพลงนี้มี ตำนาน ที่เกี่ยวกับการตายของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งบางกระแสก็ บอกว่าเธอ เป็นนักศึกษาที่หลงรักพรายแล้วเกิดท้องขึ้นมาจนต้องฆ่า ตัว ตาย โดยเขียนจดหมายทิ้งไว้ ซึ่งพรายได้เอาเนื้อความใน จดหมายมาแต่งต่อจนเป็นเพลง ก่อน…

เกี่ยวกับเรื่องนี้พรายไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธโดยบอกแต่ เพียง ว่า

“ก่อน..เพลงนี้จริงๆแล้ว มันจะมีชื่อเต็มว่า จุด จุด จุด แล้ว ก็ก่อน (…ก่อน) ไอ้ จุด จุด จุด ก็คือ เธอจากไป รวมกันก็คือ เธอ จากไป ก่อน เธอเป็นเด็กนักศึกษาเรียนอยู่ที่ ม.ศิลปากร เรื่องราว มันจะ เป็นอย่างไรนั้น อย่าให้พูดดีกว่าเดี๋ยวจะหาว่าเป็นการ สร้างภาพ อีก ส่วนเรื่องจดหมายนั้นผมก็เอามาใส่ไว้ในอัลบั้มของ โม เดิร์นด๊อก ชุดรวมเพลง ก่อน ทั้ง 5 เวอร์ ชั่นแล้ว..”

เมื่อเขาไม่อยากพูดถึงเราก็ไม่รื้อฟื้น คำถามต่อไปจาก ถามถึงเรื่อง งานเพลงในอนาคต

แล้วพรายจะกลับมาทำงานเพลงอีกหรือเปล่า?

“อัลบั้มใหม่นี้ตอนนี้ก็กำลังเสนออยู่ เพลงนี้ก็คือเรื่องเกี่ยว กับ ความตายอีกเหมือนกัน คือ เพื่อนคนหนึ่งเขาเสียเพื่อนไป เมื่อ สองปีที่แล้ว แฟนเขาเป็นมือกีต้าร์ ผู้หญิง ชื่ออรสา ศรีบุญ เรือง อยู่วงมายา ถามว่าเขาดังไหม เขาก็ไม่ดังแต่ว่าเป็นคนมี ฝีมือ เหมือนกัน พอเขาเสียก็เลยเขียนเพลงขึ้นมาอยากจะทำ เพลง เป็น ที่ระลึก ก็ไม่คิดว่าจะออก เพราะมันเมื่อ 2 ปีแล้ว เดี๋ยวก็ หาว่า สร้างภาพอีก”

“ก็ทำเพลง พอทำไปทำมาเพลงมันก็ฟังไม่ยาก แล้วพอดี ได้เจอ เพื่อน เพื่อนก็แนะนำให้มาลองเสนอที่เทโรฯ ดู ด้วยความ รู้สึก ตลกเหมือนกัน พอเราไปยืน ให้เขาฟัง มันก็เหมือนเรา เสนอ สินค้า เพลงเราก็เป็นสินค้าไปแล้ว เราก็ไม่มีสิทธิ์ อะไร “

“จะทำเองก็ได้ แต่ทำเองมันเหนื่อย ต้องแจกข่าวเอง รายการ วิทยุมันก็ไม่ค่อยเปิด ผมเข้ากับใครไม่ได้ ทั้งหมดผมโทษ ตัว เอง ถ้าคุณฟังเพลงผมคุณจะรู้ว่าผมซื่อสัตย์กับตนเอง ถ้า เราตลบ ตะแลงก็ดี ก็ไม่รู้นะ หมายถึงว่าไปหรอกเขา ไปบอกอย่าง หนึ่ง แล้วเป็นอีกอย่างหนึ่งถ้าเราทำอย่างนั้น มันมีประโยชน์ สำหรับ เราก็เรียกเราได้ว่าตะหลบตะแลง แบบนี้แสดงงว่าเพิ่มมา จาก บ้า ลามก”

“เพลงชุดนี้ จุดมุ่งหมายของเพลงนี้คือว่าอยากให้คนรู้ว่า อรษา ศรีบุญเรือง คือใคร เขาตายไปแล้ว ตอนที่เขาตายไม่มี หนังสือ พิมพ์สักฉบับลง นี่คือสิ่งที่อยากทำ ถ้าทำเองมันก็จะเงียบ มาก”

“ก่อนที่ผมจะมาที่นี่ (เทโรฯ) ผมไปอาร์เอสฯ มาก่อน เพราะผม เห็นว่าอรสาเขาเคยอยู่อาร์เอสมาก่อน ผมเอาไปทิ้งไว้ ฝากให้คน ดูแลเรื่องนั้น แล้วผมก็โทรไป คุณได้รับหรือยัง ได้รับแล้ว ผมขอ สายกับคนที่ดูแลเรื่องนี้ได้มั๊ย เขาไม่ว่าง ขอเบอร์มือถือได้ มั๊ย ไม่ ได้ แล้วเขาจะเข้ามาเมื่อไหร่ เข้าอาทิตย์หน้า”

“ผมก็รอ แล้วก็โทรไป เขาติดประชุมค่ะ อีกชั่วโมงนึงโทร มา ใหม่ แล้วผมก็โทรไป ยังประชุมอยู่ค่ะ นี่เขาไม่ให้เกียรติ แค่เขา บอกว่าไม่เอานะ มันก็จบผมจะได้ไปเอาซีดีผมคืน ก็ไม่รู้ เหมือน กันว่าอย่างไร คุณบริษัทใหญ่มากหรือ ผมยังไม่มีโอกาส คุยกับ คุณเลย ที่ผมมาหาคุณคนนี้ เพราะว่านานแล้วผมเคย อ่านบท สัมภาษณ์ของเขา แล้วเขาบอกว่าเขาอยากจะพูดกับผม ผมก็คิด ว่าเราอาจจะมีแนวทางคล้ายๆกัน แต่เขาทำกับผมแบบ นี้ คิดดู แล้วกัน “

“เราน่าจะให้เกียรติ กันและกันไม่ว่าจะเป็นศิลปินกิ๊กก๊อก ขนาด ไหนเขาเสนองานคุณต้องให้เกียรติเขา เขาคิดงานมา แทบตาย นี่ แม่งจะคุยต้องหลีกลี้หนีหน้า นี่ผมไม่อยากต่อว่าใครนะ เดี๋ยวจะ เป็นแบบเดิมอีก นี่พูดแล้ว สงครามของผมเริ่มคุกรุ่นเข้า มาอีก แล้ว”

สุดท้ายเราพูดถึงเรื่องชีวิตในอนาคต พรายบอกแต่เพียง ว่า เขา จะไม่แต่งงานอย่างเด็ดขาด พร้อมกับเพ้อไปถึงเรื่องอื่น

“ผมไม่แต่งงาน ผมคิดว่าชีวิตคู่ไม่เหมาะกับผม เรื่องเซ็กส์ การ ผูกพันธ์ต้องแยกออกจากกัน”

“ข้างในมันยังไม่เอา มันต้องผ่านตรงนี้ให้ได้ เราต้องรู้จัก ตน เอง ทุกอย่างมีความสุขได้ ผมเข้าใจแล้วมาวันนี้ผมก็รู้ว่า ทุกอย่างเป็นไฮโดรเจน + ออกซิเจน เป็นความเคลื่อน ไหว เพียง แต่ว่าเรายังเปลี่ยนพลังงานในตัวเราให้ดีไม่ได้ เช่นทำไม ในตัว เราจึงมีความคิดที่เป็นขยะๆ ความคิดเราทำไมมีแต่การ แก้แค้น รุนแรง เพราะว่าลักษณะการเผาผลาญในร่างกาย เราไม่ รู้เรา พยายามคิดที่จะไม่ทำร้ายใคร”

“นี่ผมพยายามบอกในส่วนลึกของผมนะถ้าคนอื่นอ่าน แล้วมัน แทบจะไม่มีสาระกับคนอ่านเลยนะ คือเขาจะมองไม่เห็น เลยว่า มันมีอะไรแตกต่างไปจากเดิมเลย..”พรายกล่าวทิ้งท้าย

จบคำให้การ (ที่อ่านแล้วมีแต่ความสับสน)จากผู้ชายที่ ชื่ปฐมพร ปฐมพร

รายชื่ออัลบั้มพราย ปฐมพร ปฐมพร

ไม่ได้มามือเปล่า สังกัด รถไฟดนตรี

พราย สังกัด รถไฟดนตรี (มีอีกหนึ่งอัลบั้ม ที่บริษัทรถไฟ ดนตรี ทำออกมาคือรวมเพลงทั้ง

สองชุดของพราย โดยใช้ชื่ออัลบั้ม ว่า ก่อน…กาล)

เจ้าหญิงแห่งดอกไม้ สังกัด BMG

เจ้าชายแห่งทะเล สังกัด BMG

พรายใต้สำนึก (ทำเอง) โดยมีบริษัทออนป้าจัดจำหน่าย

ชุดสีเหลือง (ทำเอง) โดยมีบริษัทออนป้าจัดจำหน่าย

 

บทความจาก http://www.manager.co.th


--------------------------------------------------------------------------------

 

 



เรามี 8 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
รวมบทสัมภาษณ์
Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79
บทความทั้งหมด
Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79