หยุดคิด....เพื่อค้นหาตัวเอง
ยังจำได้ไหมกับ ปฐมพร ปฐมพร นักร้องหนุ่มเซอร์ความคิดแบบสุดขั้วเคยมีผลงานอัลบั้มออกมาห้าชุด อาทิ พราย
ชุดสุดท้ายไม่มีชื่ออัลบั้ม เขาห่างหายจากวงการหลายปีและยังไม่มีทีท่าว่าจะมีผลงานอัลบั้มชุดใหม
่ ถึงเขาจะมีความคิดสวนทางกับสังคมแต่จุดประกายก็เลือกจะพูดคุยกับเขา เพราะมีบางอย่างที่เขา สามารถเข้าใจวัยรุ่นซึ่งออกนอกลู่นอกทาง
เขาเลือกจะทำตามใจตัวเองบางครั้งแปลกแยก บางครั้งสับสนและบางครั้งครอบครัวรู้สึกเอือมระอากับวิธีคิดและพฤติกรรมของเขา
หลายคนคิดว่าคนอย่างเขา...จะต้องฆ่าตัวตายได้ แต่เขาก็เลือกที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป
และลดดีกรีความรุนแรงที่มีต่อสังคม ปฐมพร ปฐมพรก็ยังคงมีความคิดเป็นของตัวเอง
ไม่พอใจความยุติธรรมที่มีในสังคมเหมือนคนรุ่นใหม่ทั่วไป เพียงแต่วิธีการแสดงออกของเขาไม่เหมือนใคร
ณ วันนี้เข้าบอกว่าหยุดคิดเพื่อค้นหาตัวเอง แล้วสิ่งที่เค้าค้นหามีอะไรน่าสนใจ
- อยากให้เล่าย้อนถึงอดีตการทำเพลงสักนิด
ในช่วงนั้นพอทำงานเพลงออกมาพรายใต้สำนึกเรารู้สึกว่ามันแรงไป ดิบไป
ผู้คนเครียดอยู่แล้ว แต่ว่ามันเป็นการปลดปล่อยของเราเพราะเป็นช่วงวัยรุ่น ทุกครั้งที่ผมทำงานเพลงออกมา
ผมไม่ค่อยชอบงานของตัวเองในลักษณะที่เป็นคุณภาพเพราะมันจะมีเล็กน้อยที่ไม่ค่อยพอใจ
แต่ก็ยอมๆและถ้าถามว่าทำไมไม่ควบคุมคุณภาพก่อนผลงานออกมาเพราะผมไม่มีปัญญา นี่ผมกำลังพูดถึงคุณภาพของตัวเอง
อย่าไปพูดถึงปัจจัยภายนอก เรียกว่า เราไม่ใช่คนที่มีความรู้ทางด้านดนตรีแตกฉาน
- ห่างหายจากวงการเพลงหลายปี คุณไปทำอะไรมาบ้าง
พอจบอัลบั้มเพลงชุดที่5 ผมก็มีคอนเสิร์ตเป็นงานน่ารักมากคนไปรอหน้างานเยอะ แต่เข้าไปชมไม่ได้ มีน้องคนหนึ่งไม่มีบัตร
เพิ่งไปซื้อรองเท้ามาใหม่ๆ เขาบอกว่าเอารองเท้ามัดจำได้มั้ย , กลายเป็นว่าคนที่ฟังเพลงของเราส่วนใหญ่จะไม่มีตังค์
แล้วคนที่รักเราจริงๆส่วนใหญ่จะเป็นพวกค่อนข้างมีปัญหาแล้วปัญหาของเขาก็คือ ปัญหาที่เราเคยพบมาก่อน
- ผลงานเพลงทั้ง5ชุดที่ผ่านมา คุณชอบผลงานชุดไหนมากที่สุด
ชุดที่ได้ทำตามความคิดตัวเองคงจะเป็นชุด เจ้าหญิงแห่งดอกไม้ เจ้าชายแห่งทะเลชุดนี้พอเข้าค่ายเพลง เรามีเงินสามรถจะเลือกนักดนตรีคุณภาพได้
หลังจากนั้นผมก็ทำงานเพลงเองทั้งหมด ไม่มีสังกัด แต่ผลงานก็ออกมาเงียบๆ
- การทำงานเพลงของคุณค่อนข้างเป็นตัวของตัวเองสูง
ผมคิดว่าในช่วงนั้นผมยังไม่เจอตัวเองด้วยซ้ำเรามักจะบอกว่า ความคิดเราเป็นใหญ่แต่พอทำชุดแรกออกไปแล้วก็รู้สึกว่า ไม่ใช่ตัวเรา
พอทำชุดสองถึงแม้จะถ่ายภาพโป๊แล้วถูกคนด่า แต่ก็ไม่ใช่ตัวเรา ถึงผมจะเต็มที่ในการทำงาน ก็ไม่ใช่ตัวเราก็เริ่มมีคำถามามากมาย
พอทำอัลบั้มชุดสีเหลืองๆ เป็นชุดสุดท้าย ก็ยิ่งทำให้เห็นว่า เรากำลังค้นหาตัวเอง การทำงานอยู่ในห้องอัด
ร้องเพลง ร้องไห้ เขียนถึงความรู้สึกมันไม่เจอตัวเอง เจอแต่ความคิดและอารมณ์ แต่พอหยุดสักพัก
ทำไมรู้สึกบางอย่าง ก็เหมือนเด็กวัยรุ่นที่เติบโตขึ้นมาแล้วค้นหาตัวเอง ตอนนั้นผมค้นหาตัวเองในลักษณะพยายามบอกเล่าความรู้สึกสู่สังคม
เราต้องการปฏิวัติอะไรก็ได้มันไม่ได้เป็นกับเด็กหนุ่มทุกคนเราปฏิวัติกับพ่อแม่ อย่างเราไว้ผมยาวแต่เราเป็นคนดี
- หลังจากผลงานเพลงชุดที่5 คุณไปทำอะไรที่อเมริกา
คือ จริงๆผมมีความฝันอยู่ไม่กี่อย่าง คือ เดินทางรอบโลก แล้วถ้ารักใครแล้ว
เขาต้องรักเรา เขาต้องตายแทนได้เหมือนโรมิโอกับจูเลียต จำได้ว่าผมคืดจะไปเมืองนอกหลายครั้ง แล้วก็ไม่ได้ไป
และผมมักจะมีความคิดว่า ทำไมคนต้องเป็นอย่างนั้น ทำไมบางเรื่องเขายอมรับกันได้
ผมก็อยากไปดูสังคมที่อื่นได้พบว่าจริงๆแล้ว เราเองที่ไม่ยอมรับตัวเองว่าโลกมันเปลี่ยนไปทุกๆวัน
ไปอเมริกาก็ไปเดินเล่น ไม่ได้ไปนาน ตอนแรกคิดจะไปอยู่นาน แต่ไปแค่สามสี่เดือน
ผมไม่อยากอยู่ต่อ อาจเป็นเพราะผมขี้ขลาด ในครั้งแรกเรามักจะมั่นใจในตัวเองสูง
พอถึงจุดหนึ่งเรามักจะย่ำจำเจอีกถ้าเราจะไต่ยอดเขาเอเวอเรตส์ ต้องใช้ความกล้าแค่ไหน
มันต้องเตรียมการ อารมณ์จะไปก่อน สุดท้ายไม่ถึงอะไรเลย แต่นั่นก็วิถีชีวิตของผม
- คุณรู้สึกท้อแท้กับวงการเพลงจึงเดินทางไปต่างประเทศหรือ
ตอนเด็กผมเขียนเพลง ก็คิดว่าจะทำยังไงให้มีผลงานของตัวเอง กว่าจะมีอัลบั้ม ผมเสียหยดน้ำตาไม่รู้เท่าไหร่
พอมีผลงานออกมารู้สึกกระจอกเหลือเกิน ไม่มีอะไรที่เหมือนตัวเรา มีแค่สีคาดหน้าที่เราอยากให้มีเท่านั้นเหรอ
แล้วยอดขายสามหมื่นม้วนทำงานห้าปีได้เงินหกหมื่นบาท รู้สึกว่าผลตอบแทนต่างๆไม่สมกับที่เราตั้งใจ
จากตรงนั้นเริ่มมีความกดดัน แต่นั่นเป็นการพัฒนาที่เปลี่ยนไปจนถึงวันนี้ก็เปลี่ยนอีก ถ้ามองไปจุดเดิม
การทำงานทุกชุดผมก็ยังไม่เจอตัวเอง ก็เหมือนการก้าวเดินของนักเขียน ซึ่งเขียนไปเรื่อยๆ
ทั้งๆที่ทำงานเพลงชุดแรกก็เคยประกาศว่าจะไม่ทำอีกเลย แต่ก็มีโอกาส
- ทำไมตอนนั้นคุณไม่กล้าใช้ชีวิตในอเมริกา
ผมคงจะขี้ขลาดที่จะต้องอยู่คนเดียวจริงๆโดยไม่รู้จักใครเลย เมื่อก่อนผมเป็นคนประเภทนั่งคิดแล้วทำออกมาเป็นงานได้
ถ้าต้องไปล้างจานในอเมริกา นั่นเป็นการใช้ชีวิต ถ้าใครทำแบบนั้นได้ก็มีประโยชน์ต่อตัวเอง
แต่ตอนนี้ผมไม่ได้คิดอย่างนั้น คิดเพียงว่าเราอายุขนาดนี้ ทำไมเราไม่ทำอะไรที่มีค่ากว่านั้น
มีหลายครั้งหลายหนที่เราทำเพลงออกมา หลายคนต่อว่าเรา แต่ก็เห็นเราเป็นแบบอย่าง ทำให้เราคิดว่าเรามีค่าจริงๆ ต้องมีค่าโดยที่รู้จักตัวเองก่อน
ผมใช้ชีวิตแบบตามใจตัวเอง ถ้าถามว่าผมอยู่ได้อย่างไรถ้าไม่มีเงินจากเมื่อก่อนครอบครัวไม่เข้าใจผม พอทำเพลงออกมา แล้วมีคนรักผม
ครอบครัวก็ช่วยเหลือบ้าง แต่เค้าจะช่วยตลอดไปได้อย่างไร นี่คือความกดดันที่มีอยู่แต่สิ่งเหล่านี้ผมต้องคลายความกดดันด้วยตัวเอง ผมก็ต้องค้นหา
ผมรู้ว่าความกดดันมีวิธีการกำจัดมันออกไปได้
- เหตุผลอะไรที่คุณไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลงในสังคม
เราไม่ยอมรับสภาพเฉพาะในสังคม ผมไม่ยอมรับละครน้ำเน่าแต่มันก็ต้องมีอยู่ เพราะมีคนดูเยอะ
เดี๋ยวนี้คนสร้างหนังดีๆก็สามารถทำแล้วได้เงินเป็นร้อยล้านแต่ไม่ใช่ผู้กำกับคนเดียวที่เก่ง มันมีองค์ประกอบอีกหลายอย่าง
ถ้าผมมีความคิดที่ดีพอ มันก็จะลงตัวของตัวเองแต่คุณสมบัติความคิดของผมยังไม่ใหม่พอ
ความรุนแรงแบบนี้ไม่ตรงกับใคร มันก็คือตัวผม ความคิดปฎิวัติของผมก็เหมือนเด็กวัยรุ่นพอเริ่มแก่ตัวลง
จิตใจก็เริ่มยอมรับความเป็นจริงมากขึ้น ย้อนกลับมาว่าผมไม่ได้วิเศษไม่ได้เก่งกว่าใคร ไม่ได้บ้าบิ่น แล้วคนที่ว่าผมมุทะลุดุดัน มีแต่ความคิดในแง่ร้าย
พอผมมองย้อนกลับไปก็เหมือนเด็กทั่วไป เพียงแต่แง่มุมที่ผมแสดงออกดูรุนแรงจริงๆแล้วมีแรงกว่านั้นเยอะซึ่งพวกวัยรุ่นไม่ได้แสดงออกมาให้เห็น
- คุณหยุดแต่งเพลงแล้วใช้ชีวิตไปเรื่อยๆหรือ
ตอนทำเพลงเป็นนักร้องก็เหมือนคนทั่วไป เมื่อก่อนเวลาเที่ยวอยากเต้นรำก็จะเต้นจนฟลอร์ระเบิด โดยไม่กินเหล้าไม่สนใจใคร เหงื่อแตกก็เดินกลับบ้าน
แต่พอจะกินเหล้าก็สุดๆไปเลย ทุกอย่างทำสุดๆ มาถึงช่วงนี้ก็ไม่ทำอะไรเลย หยุดคิดเลย
- คุณมักจะทำตัวแบบสุดขั้วเลยทีเดียวใช่มั้ย
คิดว่ามันสุด แต่จริงๆมันไม่สุด ถ้าสุดต้องมีผลอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ ผมตายไปแล้ว คนรอบข้างผมคิดเสมอว่า ผมต้องฆ่าตัวตาย อย่างน้องสาวผมคิดเสมอว่า
ผมต้องฆ่าตัวตาย มือกลองเก่าก็คิดเสมอว่า ผมต้องฆ่าตัวตายอาจเป็นวิธีการแสดงออกที่ผมเสนอในบ้านมันเป็นความเครียดทั้งหลาย
แต่กลับเป็นว่าคนที่ผมรัก หลายๆคนอยากฆ่าตัวตายมากกว่าผม บางคนก็ตายไปแล้วเคยมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งโทรมาตอนตีสี่กำลังจะฆ่าตัวตาย
เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นกับคนที่มีชื่อเสียงหลายคน แต่สิ่งเหล่านี่มันก็คลายลง ถ้าจะตอบปัญหาได้ว่า เราจะช่วยสังคมตรงไหนได้บ้าง มันก็คงจะจุดเหล่านี้แหละ จุดแห่งความมืด
ถ้าเราจะขยับเข้าไปตรงนี้ตรงความสามารถเรามันมีวิธีเดียวคือนำเสนอไป อาจเป็นไปได้ว่าถ้าเค้าได้อ่านสัมภาษณ์นี้คงจะมีกำลังใจ
อาจคิดว่ามีคนอย่างกูด้วยหรือ เท่าที่ผมอยากจะพูดมีเพียงคุณ(จุดประกาย) มาเพียงเล่มเดียวในรอบ5-6ปี
บางครั้งมีสื่อมาสัมภาษณ์แต่ผมไม่อยากพูด ไม่ใช่ว่ามันจะลงตัวไปเสียหมด
- ชีวิตช่วงนี้ยังทำอะไรสุดๆเหมือนสมัยเป็นวัยรุ่นหรือไม่
เดี๋ยวนี้ผมไม่กินเหล้า ผมกำลังพิสูจน์ในสิ่งที่คิดว่า ทำไมต้องเป็นอย่างนั้น โดยเชาว์ปัญญาความคิด ผมเข้าใจคอนเสปต์ของชีวิตแล้วว่า
มันเกิดจากเซลล์ไหนอย่างไร แล้วการเติบโตต่อไปอยู่ที่การฝึกฝน
- ปัจจุบันคุณพบตัวเองหรือยัง
ตราบเท่าที่เรายังคิดอยู่ ไม่มีทางเจอคนทุกคน เมื่อหยุดความคิดแล้วก็จะค่อยเจอถ้าเราคิดไปแล้วหาคำตอบให้กับตัวเอง คำว่าตัวเองไม่มีเจอแน่
- คุณขบคิดเรื่องชีวิตค่อนข้างมาก จนหลายคนมองคุณแปลก คุณไม่แคร์สังคมเลยหรือ
ผมอาจคิดว่า จอนห์ เลนนอน ไม่ได้โดนยิงตายเขาอาจวางแผนให้คนมายิงเขาจะได้อยู่เป็นอมตะ ผมคิดในมุมมองอื่น
ไม่ได้คิดในมุมมองนั้นมันจะเป็นจริงหรือไม่ เราไม่รู้ มีบางมุมมองเราอะลุ่มอะล่วยกับสังคม อย่างเราไม่กินหูฉลาม
เขาตัดแค่ครีบมันแล้วมันก็ตาย ทุกงานเลี้ยงต้องมีหูฉลามถามว่า เราจะทำอย่างไร เราไม่กินคนเดียวก็พอแล้ว คนอื่นก็ช่างมัน
ถ้าเราจะสู้แล้วเราจะสู้ตรงไหน อย่างเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ก็มีคนออกมาสู้มากมาย แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ผมก็กลับมามองว่า ถ้าเรายังไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง ถ้าจะเจอตัวเองได้ ก็ต้องหยุดคิดก่อน เราสามารถแชร์ประสบการณ์กันได้ สามารถพูดคุยกันได้
- ช่วงวัยรุ่นที่ขบคิดกับสังคมอย่างรุนแรง แล้วคุณหาทางออกอย่างไร
ผมไม่แคร์ว่าใครจะเข้าใจผมช่วงนั้น เพราะผมทำตามใจ แต่ก็มีคนรักเรา แสดงว่ามีคนเป็นแบบผมแน่นอน
เขาจะรักคนต่างพวกกันได้อย่างไร ก็ต้องรักพวกที่อยากฆ่าตัวตายด้วยกันรักคนที่มีความรุนแรง และเกลียดความไม่ยุติธรรม มีคนพวกนี้อยู่ ผมถามจริงๆเถอะ
คนที่มีความสามารถในสังคมนี้แล้วตำหนิคนนั้นคนนี้เหมือนที่เราบอกว่าทีวีทำไมมีแต่ละครน้ำเน่า เพราะเราไม่เคยทำ
เพราะคุณไม่เคยฟังเพลงไทย ไม่เคยเชียร์ฟุตบอลไทยคุณไม่เข้าไปในสนามคุณดูแล้วรู้สึกเวอร์ ไม่มีอะไรเพื่อการพัฒนาเลย มันก็ได้เท่านั้น
- หลายครั้งคุณมักจะพูดว่า เราต้องคิดก่อน คุณจะแสดงความคิดเห็นอย่างไร
เราต้องหยุดคิดก่อนธรรมะเป็นเรื่องมีมาตั้งแต่เด็กแล้ว ทำไมคนคิดอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วหาข้อมูลว่า ศาสนานั้น ศาสนานี้พูดว่าอย่างไร
ผมเองก็เคยคิดจะทำอัลบั้มศาสดา กล่าวถึงพระเยซูเจอพระอัลเลาะห์ และพระพุทธเจ้า แล้วก็นั่งคุยกันในทะเลทรายแห่งหนึ่ง
มีจานบินบินมา ผมอยากอธิบายเป็นเพลงว่า ความเข้าใจของศาสนาเพื่ออะไรพอมาวันหนึ่งผมก็หยุดคิดเรื่องพวกนี้เพราะอะไรผมไม่บอกนะ
- ทำไมคุณสนใจธรรมะมากขึ้น
คือธรรมะไม่ใช่เรื่องศาสนา ธรรมะที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องศาสนาก็เหมือนการเข้าใจและศึกษาธรรมชาติ แล้ววิธีไหนล่ะจะเข้าถึงธรรมชาติได้มาก
ผมไม่ได้เก่งพอจะไปสอนใคร ผมกำลังจะบอกว่าต้องรู้จักตัวเอง ผมเริ่มรู้แล้วว่าพอผมหยุดคิดก็เริ่มรู้จักตัวเอง คนอื่นอาจคิดว่า พื้นๆเด็กๆก็ไม่เป็นไร
ผมเพิ่งจะเริ่ม ถ้าบางคนที่อ่านเจออาจได้พูดคุยกันและถ้าผมพัฒนาไปอีกระดับคงตอบคุณได้ตอนนี้ผมยังอยู่ในระดับพื้นๆ เมื่อก่อนผมไม่รู้อะไรเลย
อีกอย่างธรรมะของผมไม่ใช่ศาสนา ผมต้องปฏิบัติให้รู้
- ถ้าพูดตอนนี้ผมนับถือทุกศาสนาในความดีของศาสนานั้นๆ ผมใช้วิธีการฝึกของพระพุทธเจ้าผมมั่นใจว่าสิ่งที่ผมได้รู้จักเป็นสิ่งที่หลายคนรู้ได้ ไม่จำเป็นต้องคิดเก่งหรือฉลาด
มันย้อนกลับไปหาในช่วงแรกๆของผมผมเคยบอกว่าทุกคนต้องรู้จักตัวเอง ในที่สุดเราต้องตายเป็นปุ๋ยของต้นไม้
เมื่อก่อนผมพูดออกไปโดยไม่เข้าใจ พูดจากสัญชาตญานแต่พอย้อนกลับมาถึงเรื่องนี้ มันมีพื้นอยู่ สิ่งที่ผมค้นหาอยู่ มันไม่ได้เจอโดยบังเอิญ
ผมมีกลุ่มเพื่อนพรายที่ฟังเพลลงผมอยู่ พอผมไปเจอสิ่งที่ผมค้นพบก็จะบอกพวกเค้า มีบางเส้นทางที่เราสัมผัสแล้ว แล้วเราได้พบอะไรบางอย่าง
- ระหว่างการค้นหาสัจธรรม คุณค้นพบอะไรบ้าง
ผมค้นหาสัจธรรมตั้งแต่แรกๆแล้ว แต่ผมหาโดยความคิดที่สุดแล้วผมบอกกับตัวเองว่า ผมต้องหยุดคิดก่อน ถ้าจะสรุปว่าผมกำลังค้นหา
ทุกคนก็ค้นหาเหมือนหัน แต่วิธีของใครถูกล่ะ แล้ววิธีคิดค้นคว้าทางตำรา มันไม่มีผลเหมือนคำที่คนพูดบ่อยๆว่า ถ้าจะไปเรียนว่ายนน้ำจากหนังสือมันไม่ได้
คุณต้องลงว่ายน้ำเอง แล้วพอลงว่ายน้ำแต่ละคนก็ใช้เวลาไม่เท่ากัน
- ถ้ามองย้อนกลับไปช่วงวัยรุ่น คุณมักพูดว่าตัวเองได้ทำสิ่งโง่ๆไปไม่ใช่น้อย มีเหตุปัจจัยอย่างไร
สิ่งเหล่านั้นมันเป็นเหตุของมันที่จะต้องทำ มันโง่ก็ต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ มันก็ต้องโง่ต่อไป ถ้าถามว่า
ทำไมคุณกับผมไม่ไปฉีดเฮโรอีนกันล่ะ มันเคลิบเคลิ้มเพราะเรามีปัญญาว่า มันไม่มีประโยชน์
แต่ว่ามีปัญญาหลายขั้นหลายระดับ กลายเป็นว่าสิ่งเหล่านี้ต้องค้นหาด้วยตัวเอง
เรื่องแบบนี้ไม่ใช่อยู่ที่การห้ามปรามจากผู้ใหญ่อย่างเดียวยิ่งห้ามเหมือนยิ่งทำ แล้วคิดหรือว่า ลูกจะเชื่อฟังพ่อแม่ทุกอย่าง
- ในช่วงเป็นวัยรุ่น คุณเป็นนักดื่มสุราระดับไหน
ผมไม่ใช่คนกินเหล้ามากมาย แต่ช่วงที่กินเหล้าผมเป็นประเภทที่ว่าอยากลองว่าเหล้าหรือผมใครเก่งกว่ากัน ถึงเวลาสำคัญแล้ว
ที่ผมจะพูดเรื่องนี้ ผมอยากร้องดังๆว่าไม่น่าเชื่อ ผมจะได้พูดคำนี้จากที่ผมเคยพยายามปฏิวัติในช่วงวัยรุ่น ผมเสนออะไรออกไปก็เงียบ
คนที่อยากให้สังคมดีตะโกนอะไรออกไปก็เงียบ แต่วันนี้ผมมอยากตะโกนดังๆ ให้น้ำตาผมเป็นสายเลือดเลยว่า ในโทรทัศน์ที่เรา่ดูอยู่ทุกวันนี้
กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับผม ทุกวันนี้โทรทัศน์กำลังทำสิ่งเหล่านี้อยู่ในโฆษณามีแต่เหล้าได้งานก็ดื่มเบียร์ ดีใจก็ดื่มเบียร์ ไม่มีอะไรก็ดื่มเบียร์ดื่มเหล้า
เหตุผลมันมีอยู่ในสังคม เราก็รู้ว่าเพราะเงินแต่เค้าเอาเงินมาฆ่าตัวเขาเอง ไม่ว่จะเป็นผูผลิตรายใดก็ตาม
ทุกคนรู้อยู่ว่าไม่ดี แต่รัฐบาลสามารถกำหนดได้ว่าการโฆษณาเหล้าเบียร์ ควรมีเวลาที่เหมาะสม
ถ้าเสียงที่ผมตะโกนร้องด้วยสายน้ำตามีพลังพอเวลาผมดูทีวีความคิดนี้รุนแรงมาก ผมไม่รู้ว่าจะพูดกับใคร
ผมรู้ว่าสิ่งเหล่านี้ มีแต่จะชักนำไปในทางดิ่งทั้งประเทศผมกล้าพูดว่าประเทศไทยมีสิ่งเสพติดที่ถูกกฏหมายติดอันดับของโลก
โดยเฉพาะการดื่มเหล้าดื่มเบียร์ตามท้องถนนแล้วเรื่องจับยาบ้าจับไปสิ ไม่มีทางหรอก เราจะช่วยกันได้อย่างไร
- คุณเคยริอาจเสพยาเสพติดหรือไม่
จริงแล้วในช่วงวัยรุ่นเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ แม้แต่การฉีดเฮโรอีนในกลุ่มเพื่อนๆผมรับรู้หมด แต่ผมไม่เคยใช้ด้วยตัวเอง สิ่งเหล่านี้อาจเป็นความเท่ห์ในสมัยนั้น
แต่สมัยนี้ไม่มีใครไปบอกให้ใครทำอะไรได้ผมเชื่อว่าถ้าเรามีสื่ออยู่ในมือสื่อนั้นต้องมีคุณธรรมเราจะไปบอกให้หนังสือพิมพ์ทุกฉบับมีจรรยาบรรณได้ยังไง
จรรยาบรรณต้องเกิดจากตัวเขาเองแต่เรากำลังพูดในสิ่งที่นอกเหนือจรรยาบรรณโทรทัศน์ห้าช่องการตัดสินอยู่ที่คนมีอำนาจไใม่กี่คน
กับอนาคตลูกหลานของเรากับสิ่งที่เราสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองความไม่มีสติรู้ ผมอยากตะโกนเรื่องนี้ดังๆ
และไม่จำเป็นต้องแค่เสียงผม เสียงคุณก็ได้ ทั้งที่ต่างรู้ว่าไม่ดีพวกเขาก็ยังกินเบียร์กินเหล้าอยู่ ผมไม่ว่าหรอก
แต่อย่าเอาสิ่งเหล่านี้ไปใส่ในจอทีวี ถ้ารัฐบาลออกกฏหมายควบคุมในเรื่องการโฆษณาบ้างก็ดี
ผมได้พูดในสิ่งที่ผมอยากจะพูดจากความจริงใจถ้าไปถึงหูใครสักคนเพื่อไปสะกิดเรื่องเหล่านี้
ผมคิดว่าคนเหล่านั้นต้องมีอำนาจ อย่างนายกรัฐมนตรีถือศีลไปวัดมีธรรมะอยู่ แล้วธรรมะคือการไม่ทำลายคนอื่นและตัวเอง
ถ้าเราได้สื่อสารถึงเขา นายกอาจบอกว่ากฏหมายเรื่องการควบคุมโฆษณาทางทีวี น่าจะออกมาได้
แค่นี้เราได้สื่อซึ่งกันและกันแล้ว นี่คือปฐมพรที่ได้เปล่งเสียงเล็กๆออกไป ซึ่งไม่ใช่เสียงร้องเพลง
- คุณอยากทำอะไรเพื่อสังคมบ้างหรือไม่
แค่ได้พูดผ่านสื่อครั้งนี้ก็พอแล้ว การจะทำเพื่อคนอื่น ผมยังมีไม่มากพอผมคิดว่าเราต้องทำสังคมในบ้านให้ดีก่อน
ผมเองก็ต้องพยายามทำจุดนี้ จากที่ผมเคยเข้าหน้าพ่อแม่ไม่ได้แต่เดี๋ยวนี้ผมอยู่กับบ้านได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า ผมเป็นคนดีขึ้น ก็เริ่มปรับตัวแล้ว
อยู่ที่ว่าใครองเห็นคุณค่าผม อย่างคนที่เคยฟังเพลงผมหากได้อ่านเจออาจจะน้ำตาไหลก็ได้ ผมยังอยู่ ผมยังไม่ตาย
และเป็นกำลังใจให้พวกเขา กำลังใจยิ่งใหญ่มากและไม่ใช่แค่บอกว่า คุณอย่าร้องไห้คุณอย่าฆ่าตัวตาย มันยิ่งใหญ่กว่านั้น
- คุณยอมรับความแปลกแยกที่มีต่อสังคมดังนั้นคุณต้องใช้เวลาปรับตัวเพียงใด
เมื่อก่อนผมแปลกแยก เดี๋ยวนี้ก็ยังรู้สึกอยู่ลึกๆคนเราเปลี่ยนตัวเองทันทีทันใดไม่ได้ มันเป็นเหมือนสันดาน
สิ่งที่เรากำลังบอกว่าแปลกแยกเรารู้ตัวดีเดี๋ยวนี้ผมมองเข้าหาตัวเองมากขึ้นเมื่อก่อนอยู่โดยความคิด แต่เดี๋ยวนี้ผมหยุดคิด
ความตรงไปตรงมาของหนุ่มสุดขั้ว "ปฐมพร ปฐมพร"อาจมีทั้งขาวและดำให้ขบคิด เพราะสิ่งที่เค้ากล่าวออกมาจากใจโดยมิได้เสแสร้ง
คงจะให้แนวคิดกับวัยรุ่นบางคนที่สับสนในชีวิตได้บ้าง
กรุงเทพธรกิจ/จดุประกาย
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|


