Home รวมบทความ รวมบทสัมภาษณ์ เดินทางไปกับความคิดของ พราย ปฐมพร
Warning: Parameter 1 to modMainMenuHelper::buildXML() expected to be a reference, value given in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/libraries/joomla/cache/handler/callback.php on line 99

บทความมาใหม่

Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_latestnews/helper.php on line 109 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_latestnews/helper.php on line 109 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_latestnews/helper.php on line 109 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_latestnews/helper.php on line 109 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_latestnews/helper.php on line 109 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_latestnews/helper.php on line 109

เดินทางไปกับความคิดของ พราย ปฐมพร

 
ชายผู้นี้ไม่ยอมซ้ำรอยงานตัวเอง   แต่ทุกครั้งที่สร้างงานออกมาตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งอารมณ์ความรู้สึกตัวตนแห่งวิญญาณ เขาคิดเสมอว่าเป็นไปได้ไหมที่เราจะคิดประโยคใหม่จากหัวเราเอง คิดมาใหม่ที่ยังไม่ได้ยินใครพูดมาก่อน
ล่องลอยไปตามกระแสความคิดที่แปรเปลี่ยนเป็นเส้นสายแห่งดนตรี      ด้วยอารมณ์และความรู้สึก หลายคนไม่อาจเข้าใจในกระแสความคิดเหล่านั้นแต่ใช่ว่าจะไม่มีใครไม่เข้าใจเขาซะทั้งหมด เมื่อมีคนเกลียดก็ต้องมีคนรัก ดังนั้นเรามาลองเดินทางไปตามคลื่นแห่งความคิดเพื่อที่เราจะได้เข้าใจขึ้นจากบรรดาหยดแต่ละหยดแห่งคลื่นความคิดของ “พราย” ปฐมพร ปฐมพร
“ชุดไม่ได้มามือเปล่านี่มันต้องยอมที่จะให้ออก มันเหมือนถูกบังคับ  เขาไม่ใช่บังคับเราตรง ๆ แต่เราต้องพยายามให้อ่อนลงอะไรอย่างนี้ ซึ่งพอมาถึงตรงนี้จากจิตใต้สำนึกมันก็พิสูจน์แล้วว่าจริง ๆ ตัวเรากับไอ้ตรงนั้นมันต่างกันเยอะพอสมควร อย่างชุด “ใต้สำนึก” ทุกคนส่ายหัวว่าฟังแล้วไม่เพราะเลย ซึ่งเรารู้สึกว่ามันเพราะอยู่บ้าง แสดงว่ามันก็ค่อนข้างจะสับสนอยู่บ้างในระหว่างหยาบกับละเอียด เราก็ถามอยู่ว่าจิตใจเราอยู่ในขั้นไหนสภาวะคนมันไม่เหมือนกัน”

ปฐมพรได้พูดถึงชุดพรายซึ่งเป็นชุดที่สองของเขาว่า “ชุดพรายนี่เริ่มปรับตัวที่จะสื่อออกมา อยากจะถ่ายรูปอยากอะไร เริ่มรู้ว่าอยากพูดอะไร ในด้านดนตรีเนี่ยจริง ๆ ถ้าเปลี่ยนจาก Keyboard เป็นเครื่องจริง แต่คราวนี้ไม่ใช่ในลักษณะแนวดนตรีขนาดนี้เราอยากทำแนวนั้นทำไม่ได้ คนที่จะมาเล่นเพื่อนออกไปหมด คนที่มาช่วยทำดนตรีเขาถนัด keyboard ก็เลยไม่สามารถสื่อออกมาได้ จากวันนั้นเราคิดได้อย่างว่าแนวเพลงปัจจุบันเป็นการเรียงดนตรีเข้าด้วยกัน คือ Classic, Jazz มันเป็นไปได้หมด คุณสามารถที่จะเรียงเพลงเป็นอะไรก็ได้ทุกอย่าง”
“ในยุคก่อนไม่คิดอย่างนั้น ตัวสำคัญที่สุดคือเนื้อหา แล้ว melody ของเพลง จะเอาเป็นอะไร มันก็ทำได้หมด” ปฐมพรพูดไปถึงเรื่องของดนตรีแล้วเสริมอีกว่า “ในยุคต่อไปทุกคนเรียนดนตรีเท่ากันหมดมีความรู้เรื่อง Jazz ความหลากมันจะมาก แนวแยกออกไปยาก มันอาจจะไม่ชัดเจนแบบในอดีตมันก็จะเหมือนว่าทุกอย่างคละเคล้ากันไป”
กับชุดพราย ปฐมพรมาพูดอีกครั้งว่า “ถ้าจะบอกว่าจริง ๆ เลย อาจจะไม่ได้ถึง 100% จะแต่งเกี่ยวกับเรื่องอิสรภาพ การกดขี่ข่มเหง เหมือนกับเพลงเพื่อชีวิต แต่ Style ที่เราแต่งมันจะไม่ใช่เพื่อชีวิต เรารู้สึกว่าเราพูดค่อนข้างรุนแรงกว่ามันอาจจะไม่ 100% แต่ในช่วง รสช. ช่วงนั้นรู้สึกไม่ถูก เรื่องโสเภณี บางทีเราพูดไม่เคลียร์ แต่เราอยากจะพูดแทน เรารู้ว่ามีคนเกลียดแต่ก็มีคนรักเรา เรารู้ว่าจะพูดอะไรตามเรื่องซึ่งอาจจะเป็นส่วนของกลุ่มน้อยแล้วก็ส่งเสียงดังหน่อย พยายามจะเหมือนกับให้ทุกคนเรียกร้องสิทธิของตัวเอง”
“ตอนนี้อยากทำ ชอบความรุนแรง ไม่ได้แฟชั่นแบบฝรั่งอย่างเดียวเราเข้าใจความเป็นไทยของเราพอสมควร แต่คราวนี้ไอ้ความเป็นไทยในลักษณะที่ว่า เราต้องเคารพผู้ใหญ่อะไรอย่างนี้ ซึ่งเราก็เห็นดีเห็นงามด้วย แต่ถ้าผู้ใหญ่ไม่ดีเราก็ต้องพูดว่า ต้องเป็นผู้ใหญ่ที่ดีเราถึงจะเคารพ” อันนี้เป็นสิ่งที่เห็นด้วย ปฐมพรกล่าวต่อว่า “เรารักความเป็นไทยอยู่แล้วแต่คราวนี้ เมื่อเราจะบอกว่าอย่างนี้ ทุกคนก็ไม่ยอมฟัง”
เห็นได้ว่าปฐมพรมีความคิดที่น่าสนใจเขาเล่าถึงความคิดของเขาที่เป็นเช่นนี้ว่า “คงจะเป็นมาตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะว่าเรารักวัฒนธรรมคือ การมีครอบครัวแตกแยกนี่มันทำให้รู้สึกโดดเดี่ยว ความรัก เราต้องการความรัก เราต้องการความอบอุ่นเหมือนกับคนอื่น ที่เขามีเขาต้องการ เราก็ถามตัวเองว่าจริง ๆ มันมีความอบอุ่นจากคนอื่นมาให้จริง ๆหรือเปล่า มันไม่มี เราต้องสร้างขึ้นมาพอวันหนึ่งเรารู้สึกว่าเราสร้างตัวเองได้ เราเข้มแข็งได้ ฉะนั้นทุกคนก็ควรจะเข้มแข็งได้ ทุกคนสามารถที่จะดำเนินชีวิต เลือกชีวิตได้ ไม่ใช่ไปตีอกชกหัวตัวเอง  แน่นอนลองดูว่ามันจะตกต่ำแค่ไหน แต่พอถึงวันหนึ่ง ชีวิตมันน่าสดใส มันมีอะไรมีค่า”

“จริง ๆ มันเกี่ยวกับทุกชุดเมื่ออยากจะพูดจริง ๆ นี่เหมือนกับมองโลกในแง่ร้าย แต่จริง ๆ ถ้าให้วิเคราะห์ตัวเองเป็นคนที่มีความหวังกับชีวิตมากว่าลึก ๆ แล้วเป็นคนที่มองโลกสวยงามมากกว่าบางคนที่เห็นเราก้าวร้าว แต่ถ้าบางคนที่แบบมองโลกในแง่ดีแต่เขาก็กดขี่คนอื่น” นี่คือสิ่งเป็นจริงในโลกที่ปฐมพรกล่าวออกมา
ในช่วงนี้งานของปฐมพรที่เป็นอัลบั้มคู่ที่ออกโดย BMG ถูกนำมารวมเป็นอัลบั้มเดียวปฐมพรพูดถึงเรื่องงานเจ้าหญิงแห่งดอกไม้เจ้าชายแห่งทะเล ที่ถูกพูดถึงว่าเป็นงานชิ้นดีชิ้นหนึ่งของเขาว่า 
“ถ้าเกิดจะพูดว่า งานเจ้าหญิงเจ้าชายเนี่ย เป็นงานที่พิถีพิถัน ก็ไม่ใช่แต่ว่าเป็นงานที่ค่อนข้าง มันเหมือนกับว่าเราตกตะกอนในความคิดจากไม่ได้มามือเปล่า พรายก็ยังไม่เต็มที่ เจ้าหญิงเจ้าชายพยายามแล้วก็ได้นักดนตรีมาช่วยแต่ว่าในที่สุดก็คือว่าพรายต้องเร่งในห้องอัด เพราะว่าเรามีงบในส่วนของห้องอัดน้อย ทำได้ดีที่สุดเท่านั้นแล้วในเรื่องเกี่ยวกับความคิดของเนื้อหาค่อนข้าง OK ประมาณ 80% เจ้าหญิงแห่งดอกไม้พูดถึงความดี เจ้าชายพูดถึงความบ้า ก็ OK อยากพูดเรื่องอะไรก็พูด แต่ลักษณะของความต่อเนื่องทาง Concept มันยังไม่ได้”

“แต่พรายใต้สำนึกเนี่ยเราทำเองมันก็ยังมีปัญหาอยู่คือ เงินเราเอง ลงเองหมดการที่จะทำให้เนี๊ยบเลยมันไม่ได้ แต่โดยเนื้อหาแล้วได้บอกสิ่งไหนที่คิดขึ้นมาคือระบบความคิดตอนนี้ก็คือว่าที่พูดถึงอิสรภาพโดยที่เราก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ามันคืออะไร”
ปฐมพรอธิบายเพิ่มเติมอีกว่า “รู้ว่าการกักขังหรือการบังคับทางกฏเกณฑ์มันทำให้เราขาดจินตนาการ เด็กสมัยนี้มีอิสระกันมาก เพราะติดยากันมาก แต่เขาไม่รู้ว่าอิสระคืออะไร 
อิสระมันต้องมีกฎเกณฑ์ แต่กฎเกณฑ์ก็ต้องเป็นกฎเกณฑ์ที่เกิดจากตัวเอง แล้วพยายามบอกกับสิ่งที่ได้พูดได้คิดว่า อยากให้รู้ว่าไม่ได้ทำอะไรตามใจตัวเองทุกอย่าง อาจจะไม่เชื่อใครเลยแต่มีกฎสำหรับตัวเองบังคับตัวเองอยากให้ทุกคนมีวันนี้แล้วเราจะได้รู้ว่าชีวิตเมื่อเรารู้จักให้กฏกับตัวเอง ชีวิตมันจะดำเนินไปเหมือนกับรู้สึกเหมือนกับบังคับตัวเอง”
 นี่คืออิสระในความหมายของปฐมพรสิ่งที่เขาได้จากการทำงานชุดพรายใต้สำนึก

 
 
สำหรับงานใหม่ของเขา ปฐมพรกล่าว “ตอนนี้แต่งเพลงยังไม่ออกเลย มีเพลงที่แต่งอยู่บ้าง ก็ออกมาแล้วก็ซ้ำ ๆ เดิม ๆ ดนตรีไม่มีอะไรใหม่จะว่ามันเบื่อหน่ายก็มีส่วนจะว่ามันไม่มีพลังก็มีส่วนแต่ไม่ท้อ ทุกวันนี้คนที่รักเรา เขารอเราอยู่ในส่วนที่ความรู้สึกที่เราต้องสู้ต่อไปตรงนี้ที่เราพยายาม แล้วเราก็จะบอกว่ากฎที่พูด ตั้งกฎให้ตัวเองที่รู้เวลานี้เราควรจะทำอย่างไร ชีวิตต้องมีค่า ถ้าบอกว่า อัลบั้มชุดใหม่มันมีเพลงที่อัดไว้ ก็ทำไว้อยู่แต่ว่าเป็นเรื่องเก่า ก็อาจจะออกมาให้กับหลาย ๆ คนที่เขาเป็นเพื่อนเรา คุณภาพอาจจะไม่ดีเท่าไหร่แต่เป็นเนื้อหาของเราที่เราพูดแค่นั้นเอง เป็นเนื้อหาเก่า”
แล้วในระยะเวลาที่ผ่านมาเขาดำเนินชีวิตอย่างไร เขายึดถืออะไรไว้
“คือมันต้องมีคำถามให้กับตัวเองว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร ?” ปฐมพรบอกแล้วอธิบายอีกว่า 
“ตอนแรกเราคิดว่าไม่มีค่า แต่ตอนหลังก็เริ่มมีค่าขึ้นมาเคยถามหลาย ๆ ครั้งว่าสามารถทำตรงนี้ได้ไหม ถ้าทำได้ขอให้มีสิ่งนี้เกิดขึ้นก็ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น มันไม่เกี่ยวกับอภินิหาร มันเกี่ยวกับตัวเองว่าจะทำหรือเปล่าตัวเราเองก็คนธรรมดาแต่ความคิดเราพอมีเราถ่ายทอดกันได้คิดต่อจากผม ผมเคยลงในน้ำครำมาแล้วผมรู้ว่าเป็นอย่างไร คิดต่อจากผมไป อย่าไปคิดเริ่มต้นที่ศูนย์ใหม่”

“รู้ว่าทุกคนต้องการพลัง ทุกคนต้องการความเชื่อมั่น ทุกคนต้องการอะไร”
ปฐมพรอธิบายกับสิ่งที่เขาพูดถึงอีกว่า “ถ้าพูดอย่างนี้ฟังดูง่าย แต่จริง ๆ มันไม่ง่าย กว่าจะมาถึงตอนนั้นกว่าจะรู้มันต้องฝึกพลังความรู้สึกสิ่งเหล่านี้เกิดจากความเชื่อมั่น เราให้เขามีความคิดในแนวทางที่ถูก ชาวนาก็มีสิทธิ์มีความสุขได้เขามีปรัชญาของตัวเขาเอง ชาวสวนก็มีสิทธิ์มีความสุขได้ เขาต้องมีปรัชญาของตัวเขาเอง แต่ใครจะมาพูดปรัชญาให้เขา “พระ” แต่ต้องมีวิธีพูดที่ไม่ใช่ความเชื่ออย่างเดียว นี่คือแนวคิดใหม่ คือต้องปฏิวัติ ทุกคนต้องปฏิวัติ”
หากกล่าวเพียงเท่านี้หลายคนอาจจะไม่เข้าใจ ปฐมพรกล่าวต่อไปอีกว่า “ปฏิวัติแบบไหนปฏิวัติแบบเนี้ย ความเชื่อให้เป็นพลังในแง่ที่แบบไม่เจาะลึก ที่อยู่ได้เพราะเชื่อตัวเอง ถ้าไม่เชื่อตัวเองก็ต้องทำใจ ทำอารมณ์ปล่อยให้เศร้าไปเดี๋ยวมันก็ดีขึ้นมาเองเราต้องเชื่อว่าอารมณ์มนุษย์เป็นแบบนี้ มีความเข้าใจกันหลังจากเข้าใจตัวเอง”
นอกจากนี้ปฐมพรยังได้พูดถึงสิ่งที่เขาได้จากการไปต่างประเทศ เห็นการทำงานของฝรั่งระบบของตะวันตก แม้ว่าเขาจะอยู่ไม่นานพอที่ให้เข้าใจได้มากกว่านี้แต่สิ่งที่เขาพูดต่อไปนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าคิดไม่น้อย ปฐมพรบอกว่า
“ระบบการใช้ชีวิตของเขาดีมากอย่างในอเมริกา มีคำถามอยู่คำถามหนึ่งถามว่าประชากรประเทศใดมีความสุขที่สุด คำตอบคืออเมริกา แล้วที่ 2 ล่ะนั่นก็คือ อินเดีย อเมริการวย อินเดียจนแต่มีศาสนาเยอะมีการขัดเกลาจิตใจ มันเป็นคำถามที่น่าสนใจ ทุกวันนี้คนหันมากินมังสวิรัติหันมามีความเชื่อแบบเรียบง่ายแสดงว่าตะวันออกมีความคิดดีอยู่แล้ว แต่ความคิดมันคนละขอบกัน เขาคิดไปถึงอวกาศมีการพัฒนารูปแบบ แต่จิตใจเขายังไม่ เขามีรูปแบบการตอบสนองทางด้านอารมณ์ แต่เราไม่มีเราเห็นเขามีก็อยากจะมีทั้ง ๆ ที่เราก็มีดีอยู่แล้ว”
ปฐมพรเสริมอีกว่า “ฝรั่งฝึกโยคะ คือปัจจัยที่สามารถมีความสุขตรงนั้นและเขาก็มีพื้นฐานความเข้มงวด ใครผิดตำรวจจับ เขาไม่หลงวัตถุ เขาไม่กินกัน เขามีศักดิ์ศรี ของเราไม่มีศักดิ์ศรี เพราะว่าไม่มีความภูมิใจในตัวเอง ไม่มีเกียรติ ไม่มีอะไร”
ความแตกต่างอีกอย่างที่ปฐมพรเห็นเขาบอกว่า “ความคิดด้านตะวันตกมันมีดีของมันในลักษณะของวัตถุ แล้วก็ระบบการต่อสู้แข่งขัน แต่ว่าในระบบจิตใจแล้วเนี่ยระบบทางตะวันออกดีกว่าตั้งเยอะ รู้สึกดีขึ้นกับสังคมระบบน้ำเน่าอย่างละคร รับได้มากขึ้นกว่าเดิมแต่ในขณะเดียวกันมันดีกว่านี้ได้     ตอนนี้ก็อลุ้ม
อล่วยลงทุกอย่าง เหมือนกับแก่ลง”  อีกสิ่งที่ปฐมพรพูดต่อไปอีกคือเรื่องความจริงจังในการทำงานเขาบอกว่า “การจะทำบางอย่างมันอยู่ที่ความคิด มันบอกไม่ได้เป็นเรื่องของความคิด คนไทยทำงานไม่หนักตราบเท่าที่ยังทำงานไม่หนัก ก็ยังเป็นเช่นนี้ ทำไมแสงชัยจึงไปดีเพราะเขาไปอยู่เมืองนอก เพราะเขาเรียนรู้ เขาใช้ชีวิต เขาทำงานหนัก เขากลับมาทำไมได้รับสรรเสริญ เขาตายไปก็กลับมาเหมือนเดิม คนดี คนที่มีความสามารถต้องมีมุมมองที่กว้างไกล อย่าง อานันท์ ปันยารชุน คนเก่ง ๆ เหล่านี้เขามีมุมมอง อยากเก่งต้องทำงานหนัก จะต้องรู้อะไรมากกว่านี้ ฝรั่งมันจะทำอะไรอย่าง มันจะประชุมคิดแล้วคิดอีก เพราะมันต้องแข่งกัน แต่ของเราเองเขามาแล้วก็จบผมเป็นตัวแทนการทำงานหนัก พยายามทำแต่ความสามารถมันไม่ถึงพยายามถามตัวเองทุกวันมีอีกไหมที่ฝืนทำให้มันดีกว่านี้ พยายามทำ มีนิดหนึ่งก็ต้องเอาอย่างน้อย ๆ ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย”
 

เขาได้ยกตัวอย่างให้เราเห็นชัดเจนขึ้นว่า “ถ้าเราต้องการที่จะเป็นเอาง่าย ๆ อย่าง สารคดี สารคดีสักชิ้นหนึ่ง ฝรั่งเขาทำกว่าจะได้ แต่ของเราพอได้ Script ก็เสร็จ ก็จบ แล้วมันจะไปดีเท่าได้อย่างไร คุณภาพมันไม่จำเป็นต้องลงทุนสูง แต่มันต้องมีความคิด”
การเปลี่ยนแปลงในบางครั้งบางสถานการณ์มันคือสิ่งดี แต่ในขณะเดียวกันก็อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดี “ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นสามารถล้มได้ ความฟุ้งเฟ้อทำให้เกิดสิ่งที่สวยงาม การกดขี่ทำให้ศิลปะได้รับใช้ Comminute เป็นไงเท่ากันหมดอาจจะไม่มีสีสันแต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นส้วมก็ยังเน่าเหมือนเดิม ฉะนั้นไม่มีอะไรถูก นี่คือสิ่งที่เรียนรู้มา”
“เหมือนกับบอกว่านี่เกลียดเพลงพวกนี้อยากทำอะไรที่มันแตกต่าง เพลงนี้มันก็รับใช้เขาอยู่เราก็รู้ก็ไม่เคยด่ามัน แต่มันมาด่าเรามากกว่า เราใจกว้างกว่า อันนี้มันต้องคิดอย่างนั้น เราใจกว้างกว่าแต่มันไม่รู้ว่าเราคิดอะไร เรารู้ว่าเราเปลี่ยนแบบของเราจะดีกว่ามัน แต่มันไม่รู้เลยไม่เคยคิดเลย แต่เราค่อย ๆคิด เขาเรียกว่าเข้าใจมันมีว่าเข้าใจแล้วไม่ทำอะไรเลย กับ เข้าใจแล้วและต้องการเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่เข้าใจแล้วต้องการเปลี่ยนแปลงไปก็เหมือนเดิม เข้าใจแล้วเปลี่ยนค่อย ๆ เปลี่ยน เราเอาตัวเราเองค่อย ๆ เปลี่ยนพอเราเปลี่ยนได้คนก็เปลี่ยนมันจะค่อย ๆ เปลี่ยนไป”

ในอดีตที่ผ่านมาเราเคยเห็นเขาเป็นคนแปลกแยกของสังคมแต่เวลานี้เขาเริ่มคิดว่าเขาเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งแล้ว
“ก่อนหน้านี้เราไม่ยอมรับการซื้อผู้หญิง การโกงกิน เราไม่ยอมรับอยากจะปฏิวัติ แต่เรานึกว่าเราปฏิวัติก็เหมือน Comminute ที่ล่มสลายไม่มีสิ่งใดถูกไม่มีสิ่งใดผิดในยุคนั้นเสมอไปก็เลยตอนนี้เสพความสุขที่มีอยู่ได้ ชีวิตมันมีความสุขได้ เราจะเลือกอะไร แต่ก่อนเคยเลือกแต่ความทุกข์ ไม่เลือกความสุข แต่ว่าความสุขเนี่ยมันจะสุขที่แท้จริงหรือเปล่า ถ้าแท้จริงต้องประพฤติอย่างสงบเงียบ นิ่ง ต่อให้รู้ว่าพูดถึงอะไร เอาให้ตัวเองมีสมาธิ รู้จักพอ”
มุมมองความคิดที่เขากล่าวต่อมาอีกในการสร้างความรู้สึกที่ดีต่อกัน “เราต้องมีความรู้สึกบังคับตัวเองอย่างที่บอก ต้องตั้งกฎง่าย ๆ อะไรก็ได้ที่มันเป็นกฎที่ดีสำหรับเรา เช่น อาทิตย์หนึ่งต้องซื้อดอกไม้มาปักแจกันอะไรง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ แต่ยากสำหรับเราแต่เราก็รู้ว่าทำมันต้องดีขึ้นพรุ่งนี้ต้องยิ้มสักครั้ง กฎเล็ก ๆ น้อย ๆ อธิบายไปเนี่ยมันค่อนข้างดูดีขึ้น แต่เวลาอธิบายเป็นเพลงเนี่ย..ก็คือไม่ง่ายเลยที่สื่อออกมาจะให้เข้าใจทุกคน”
เขาเสริมต่อว่า “เพลงที่เราพูดต้องเป็นคนที่สนใจว่าเราคิดอย่างไรจริง ๆเขาถึงจะเข้าใจ ถ้าเราไม่รู้สึกดีต่อกัน มันยากที่จะอธิบายให้อีกคนเข้าใจ มันยาก แต่พอเรารู้สึกเหมือนกันดีต่อกันมันสร้างความรู้สึกที่ดีเกิดขึ้นจนมีพลังในตัวเองว่าเราต้องเอาออกมาต้องให้เขาภูมิใจในตัวเรา ตอนนี้อยากทำให้ความคิดที่ผมคิดนี่ ตรงนี้ มาก่อสร้างต่อจากคนอื่นมาให้ได้ ไม่ต้องบอกว่ามาจากพี่ แต่มาจากตัวเองว่าทำไมเราทำได้ เราก็บอกว่าชีวิตมันต้องมีอันนี้มันมาจากตัวเราอันนี้คือสิ่งที่คิดได้นะ …”
“มันเป็นความคิดใฝ่ดีที่เกิดขึ้นถ่ายทอดไปโดยไม่หวังอะไรเพียงแต่ได้คิดแล้ว เราอยากให้คนทุกคนคิดแบบเรา มันเป็นไปไม่ได้มันต้องมาจากส่วนลึกที่รู้สึกดีกันจริง ๆ อย่างตอนนี้ก็มีน้อง ๆ ที่รักเรา เป็นกลุ่มเป็นอะไรขึ้นมา เขาคาดหวังว่าเราต้องมีอะไรที่ยึดถือเชื่อมั่น ศรัทธา แล้วเราก็ถามตัวเอง พวกเขาเหล่านั้น จะมาศรัทธาอะไรกับคนธรรมดาสามัญ ขอให้เราปฏิบัติดี ถ้าเราทำดีไม่มีปัญหาในการสื่อเรื่องเพลงทุกวันนี้ อยากจะทำก็คือก็คือตรงนี้อยากให้รู้สึกว่าชีวิตมันมีแสงสว่างในตัวเองเป็นดาวฤกษ์ไม่ใช่ดาวเคราะห์ และทุกคนก็ต้องเป็นดาวฤกษ์”
หากมาถึงตอนนี้คงได้พลังจากหยดคลื่นความคิดของ พราย ไปได้บ้าง ขึ้นอยู่กับว่าพื้นฐานและการเปิดรับจากจิตใจของแต่ละคนอยู่ในมุมมองและในสถานะใด ในความคิดของเขา “ปฐมพร ปฐมพร” อยากให้คนที่รับรู้เรื่องราวของเขาไม่ซ้ำซาก จำเจ อยากให้ได้สิ่งใหม่ ๆ ไปจากตัวเขา
แม้นว่าเวลานี้ จะไม่มีงานใหม่เอี่ยมมาให้พวกเราได้ฟังกัน แต่ในช่วงนี้ก็มีการรวบรวมงานเก่า ๆ ของเขาไว้ในตลับเดียว กับเพลงใหม่ที่อยู่ในผลงานการกุศล “ยังรัก” ที่เขาบอกถึงบทเพลงเพลงนี้ว่า
“เพลงนี้ก็เป็นเพลงน้ำเน่าทั่ว ๆ ไป เป็นอีกมุมของความรักที่ฉีกออกไป เป็นเรื่องของความรักที่เมื่อมีเหตุการณ์ที่ผู้หญิงเดินจากไปเลิกไปในสักวันหนึ่ง ก็เป็นการแต่งให้เขา เป็นเพลงน้ำเน่าเพลงหนึ่งเท่านั้น”

คงเป็นเพราะคนไทยหรือธรรมชาติของมนุษย์โลกที่ชอบความไพเราะความงดงามแม้ว่าจะเป็นน้ำเน่าแต่ใช่ว่าเพลงนี้จะไม่มีคุณค่าอย่างน้อยมันก็ช่วยจรรโลงจิตใจของผู้ฟังได้บ้าง
อาจจะไม่นานเกินไปที่เราจะได้ฟังผลงานใหม่ ๆ ในรูปของ อัลบั้ม จากกระแสความคิดที่หลั่งไหลจากวิญญาณบริสุทธิ์ ของเขาที่เต็มไปด้วยเสียงดนตรีจากอารมณ์และความรู้สึกที่ผ่านสู่โสตของผู้ชื่นชอบผลงานแห่ง ขบถดนตรีไทย อย่าง “ปฐมพร ปฐมพร”
 

 

อ้างอิง : หนังสือ Hot Progress Vol.5/October 1996/หน้าที่ 8 – 11.  (ตุลาคม 2539)
อ่อนไหวคราใด มีฉันอยู่ใกล้ ฉันซ่อนไว้ เธอจึงไม่เข้าใจ
 
 
 
 



เรามี 13 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
รวมบทสัมภาษณ์
Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79
บทความทั้งหมด
Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79