Home รวมบทความ รวมบทสัมภาษณ์ ตัวตน..ชีวิต..จักรวาล ของ 'ปฐมพร ปฐมพร'
Warning: Parameter 1 to modMainMenuHelper::buildXML() expected to be a reference, value given in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/libraries/joomla/cache/handler/callback.php on line 99

บทความมาใหม่

Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_latestnews/helper.php on line 109 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_latestnews/helper.php on line 109 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_latestnews/helper.php on line 109 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_latestnews/helper.php on line 109 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_latestnews/helper.php on line 109 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_latestnews/helper.php on line 109

ตัวตน..ชีวิต..จักรวาล ของ 'ปฐมพร ปฐมพร'


"ก่อนท้องฟ้าจะสดใส... ก่อนความอบอุ่นของไอแดด ก่อนดอกไม้จะผลิบาน ก่อนความฝันอันแสนหวาน ในใจไม่เคยมีผู้ใด...
" เพลง...ก่อน เพลงฮิตในอดีตของวงโมเดิร์นด็อกถูกทีมงานของ Life & Entertainment เปิดคลอเอาไว้เพื่อรอศิลปินผู้ที่แต่งเพลงนี้ขึ้นมา
บ่ายโมงตรงชายหนุ่มคนที่เรารอเดินทางมาถึงบ้านพระอาทิตย์ตามเวลานัดหมายพร้อมรถสปอร์ตสีขาวคันหรู คาดแว่นโอคเลย์ไว้บนหัว ตัดผมสั้น สวมเสื้อยืด กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ 
ผู้ชายคนนี้ที่หลายคนมองว่าเขา "เพี้ยน" "บ้า" และแม้กระทั่งตัวของเขาเองก็ยังเคยประกาศออกมาว่า "ผมตายไปแล้ว ผมตายเป็นพราย" 
ใช่แล้วเขาคือ "พราย ปฐมพร ปฐมพร"

"วันนี้ก่อนที่จะเริ่มสัมภาษณ์ผมขออย่างหนึ่งนะ ผมอยากคุยเรื่องปัจจุบันและอนาคตเท่านั้น ลืมอดีตไปซะ"
 ศิลปินผู้มากับมุมมองแปลกประหลาดเสมอกล่าวกับเราสั้นๆ เป็นข้อตกลงก่อนเริ่มสัมภาษณ์ เขาเริ่มเล่าเรื่องชีวิตของเขาทีละเล็กทีละน้อยนับตั้งแต่ออกอัลบั้มล่าสุดเมื่อหลายปีแล้วนั้น 
เขาก็ยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม อยู่กับบ้าน ใช้เวลาว่างในการกวาดบ้าน ล้างจาน และใช้ชีวิตตามแนวความคิดของ "กฏจักรวาล" ทุกอย่างยืนพื้นอยู่บนความเรียบง่าย 

"ทุกวันนี้ผมตื่นตีสี่เกือบทุกวัน ตั้งแต่ผมพบตัวเองผมก็เลยเปลี่ยนแปลงตัวเองตั้งแต่เรื่องการนอน การพูดคุย เมื่อก่อนนี้หลายๆ คนอาจจะคิดว่าผมเป็นคนรุนแรง
 ร้องเพลงและแสดงออกก้าวร้าว หลายคนเคลมว่าผมต้องเป็นคนจิตใจเข้มแข็ง แต่ความจริงไม่ใช่อย่างนั้นสักนิดเดียว ผมสาบานได้ว่าที่จริงแล้วผมอ่อนแอมาก 
ใจผมอ่อนแอที่สุด อ่อนแอต่อความไวของจิตใจ เพราะใจมันไวยิ่งกว่าแสงเสียอีก เพราะฉะนั้นทุกเช้าที่ตื่นมาผมจะมานั่งฝึกจิตใจของผมให้ช้าลง แต่มีทิศทางที่แน่นอน 
ผมฝึกจิตเหมือนฝึกฝนร่างกาย เหมือนออกกำลังกายอยากมีกล้ามเนื้อก็ไปเล่นเพาะกาย

"ฝึกจิตตอนเช้าเสร็จ อาบน้ำกินข้าวเช้าบ้าง สายบ้าง เที่ยงบ้าง ผมไม่ได้ทำงานอะไร ตั้งแต่ออกอัลบั้มล่าสุดมา ก็อยู่อย่างนี้ อยู่ได้ด้วยธรรมชาติของมัน 
ใช้ชีวิตกับครอบครัว แม่ น้องสาว มีคนรักเราและเข้าใจเรา หลายคนชอบถามผมว่าแล้วเอาเงินที่ไหนกิน ผมก็ได้จากน้องสาว ได้จากเพื่อน จากคนที่รักเรา 
แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจผม แต่เขาก็จะเอามาให้ อย่างวันนี้ผมมีเงิน 1,000 บาท เติมน้ำมันไป 200 บาทเหลือ 800 บาท แต่ก่อนผมเคยใช้เงินมากกว่านี้นะแต่ตอนนี้น้อยลง
ใช้ชีวิตธรรมดาขึ้นเพราะเราไม่ได้ดูแลเรื่องเงินเอง"
"ผมไม่กลัวนะว่าใครจะประณามว่าผมไม่ได้ทำงาน แล้วผมก็ไม่ได้ต่อต้านทุนนิยมอะไร ผมแค่เดินทวนโลกแต่ทำตามกฏของจักรวาล"

เมื่อถูกถามว่าเคยคิดเรื่องการมีครอบครัวหรือไม่ พรายบอกกับเราว่าแต่ก่อนเขาเคยสร้างภาพว่าเขาอยากจะมีชีวิตเดียว ตายคนเดียว แต่ก็คงจะเป็นไปไม่ได้ 
ครั้นพอคิดว่าตนเองจะต้องเข้าพิธีแต่งงาน มีครอบครัว สิ่งนั้นนั้นก็คงจะเป็นไปไม่ได้อีกเช่นกัน? 

"ผมเคยสร้างภาพเอาไว้ว่าผมอยากมีชีวิตคนเดียว ตายคนเดียว แต่จริงๆ แล้วมันมีจุดหนึ่งที่คนมารายล้อมเราอยู่ เราก็ต้องเลือกใครสักคนมาอยู่เคียงข้าง 
แต่สังคมเขาบอกกับเราว่าถ้ามีคนๆ นั้นเข้ามาก็ต้องแต่งงาน มีพิธีกรรมอะไรพวกนี้ ซึ่งมันก็ไม่ใช่อย่างที่เราต้องการอีก แล้วอย่างสังคมไทยผู้หญิงที่ไหนจะมายอม พ่อแม่เขาก็ไม่ยอมหรอก"
"เราก็คงเป็นของเรา ชาตินี้เราก็คงจะไม่แต่งงาน...เออ เมื่อพูดถึงเรื่องแต่งงาน จริงๆ เราจะมีสัมพันธ์กับผู้หญิงคนเดียวไหม"

 พรายตั้งคำถามกับเราทำให้เราต้องถามไปว่าว่าเขาผูกเอาเรื่องการแต่งงานไว้กับเรื่องเซ็กซ์หรือเปล่า?
"คนที่มีเซ็กซ์กับคุณ คุณเรียกว่าภรรยาไหมล่ะ?...ผมว่ามันแล้วแต่คุณตีความ คือผมเนี่ยอยากจะจริงใจต่อตัวเองมากที่สุด ผมอยากตรงไปตรงมามากที่สุด 
ผมไม่ได้อยากจะให้สัมภาษณ์เพราะให้ตัวเองดูดีขึ้นหรือว่าเก่งอะไร แต่ผมอยากให้เป็นไปตามความเป็นจริง ไม่รู้ว่าคนอ่านจะเข้าใจไหม แต่คุณต้องเข้าใจ 
เพราะบทสัมภาษณ์นี้มันจะสื่อสารกับผู้อ่านได้มันไม่ใช่แค่ตัวหนังสือ แต่เป็นเรื่องของใจด้วย"

 "เรื่องเซ็กซ์ ใครอยากจะมีก็มีไปสิ อย่างผมเมื่อก่อนเซ็กซ์คือสิ่งที่ทำแล้วมีความสุขแต่ตอนนี้เราทำแล้วรู้สึกว่ามันไม่ได้มีความสุขเท่าไหร่ 
แล้วอีกหน่อยผมอาจจะไม่ได้มีเซ็กซ์อีกก็ได้ เพราะปัจจุบันผมจะใช้ชีวิตทวนโลกแต่ตามกฏของจักรวาล" 

คำก็ "กฎจักรวาล" สองคำก็ "กฎจักรวาล" จนเราต้องถามออกไปว่าการดำเนินชีวิตแบบทวนโลกแต่ตามกฎของจักรวาลนั้นมันมีรูปแบบของการดำเนินชีวิตอย่างไรกันแน่?

"กฏจักรวาลที่จริงง่าย แต่อธิบายในหน้ากระดาษหรือทางเว็บไซต์ออนไลน์ลำบาก มันเป็นเรื่องที่ต้องคุยกันยาว คือทุกวันนี้ผมแค่ใช้ชีวิตอย่างถ่อมตัวอ่อนน้อมกับธรรมชาติ
 ปฎิบัติกับโลกอย่างคนที่เรารัก ฟังอาจจะน้ำเน่านะ บางคนก็เถียงว่าที่บ้านผมมีกิจการ น้องสาวและแม่ผมมีเงินทองและรวย ก็เลยไม่ต้องสนใจอะไร ผมขอบอกว่าไม่ใช่ 
มันไม่ใช่เรื่องรวยหรือไม่รวย ผมถามคุณหน่อยว่าองค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า ครั้งเมื่อพระองค์ทรงเป็นเจ้าชาย พระองค์ก็รวยใช่ไหม แล้วตอนที่บวช พระองค์อยู่ได้อย่างไร 
ก็เพราะพระองค์มีธรรมะ ก็เพราะท่านอยู่กับธรรมชาติ ซึ่งผมก็คิดว่ามันคือกฏจักรวาล ผมอธิบายให้คุณเข้าใจสั้นๆ ได้เท่านี้" 

 เจ้าตัวอธิบายให้เราฟังพร้อมกับหยิบแว่นออกมาเช็ดแล้วยกตัวอย่างให้เราฟังถึงเรื่องของกฏจักรวาลอีกครั้งเพราะเห็นเราทำหน้าไม่พอใจ
"แว่นตาของเรานี่เวลามันมัว มันก็ทำให้เรามองอะไรไม่เห็นนะ เมื่อก่อนผมเหมือนคนโง่งมอยู่หลังแว่นที่มองอะไรไม่เห็น ผมเคยอยากเป็นนักร้อง อยากทำอะไรยิ่งใหญ่มาก
 ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เราคิดเราทำผ่านทางดนตรี ผ่านมาสิบกว่าปี มองย้อนกลับไปก็พบว่าคงถึงเวลาแล้วที่เราควรจะทำความรู้จักตัวเอง" 
พรายบอกว่าเมื่อก่อนนี้เขาคิดว่ารู้จักตัวตนที่แท้จริงของตนเองแต่หลังจากที่เวลาผ่านไปเขาก็เริ่มรู้ว่าสิ่งที่เขาคิดนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องไปซะทั้งหมด 
"ตอนออกเทปชุดแรกเราจะพูดอยู่บ่อยๆ ว่าการรู้จักตนเองเป็นสิ่งสำคัญมากถ้าเรารู้จักตนเองทุกอย่างก็จะเป็นเรื่องเป็นราวหมด เราก็เลยพยายามใส่ตัวตนของเราเข้าไปในงาน
 เพราะเรารู้ว่าเราเป็นคนรุนแรง คนด่ามาเราก็ด่าแรงๆ กลับไป เราเป็นแบบนั้น แต่มาตอนนี้เหมือนกับมองกระจก ผมเพิ่งเข้าใจว่าที่ผ่านมาเราเข้าใจตัวเองแค่หยาบๆ เราเข้าใจตัวเองแค่ภายนอกเท่านั้น"

 "ตอนทำเพลงบางทีเราก็มาคิดว่าเอคุณภาพเพลงของเราก็ไม่ได้ด้อยกว่าใคร คุณภาพที่ไม่ดีกว่าเราก็มีนี่ แต่ทำไมทุกคนปฎิเสธงานเรา มันต้องมีอะไรแอบแฝง 
อย่างเช่นเราแต่งเพลงไม่ดัง ไม่ประสบความสำเร็จ แล้วอยู่ดีๆ โมเดิร์นด็อกร้องเพลง "...ก่อน" ดังระเบิดเถิดเทิงใช่ไหม เราก็เริ่มรู้สึกว่านี่มันหมายความว่าไง เขาร้องดีกว่าเรา 
ใช่ แต่มันไม่ใช่แค่ร้องเดียวอย่างเดียว แน่นอนอะไรหลายๆ อย่างมาประกอบกันมันถึงดังขนาดนั้น หรือว่าอาจจะเป็นเพราะเราไม่ได้ไปยุ่งกับมัน มันเป็นไปเองโดยธรรมชาติ 
มันไม่มีจิตใจของเราเข้าไปเกี่ยวข้อง จิตใจเรามันไม่มีตรงนั้น นี่วิเคราะเห์เอาเองนะว่ามันอาจจะเป็นอย่างนั้น"

 "สรุปได้ว่าตอนนั้นเรายังไม่รู้จักตัวเราเองจริงๆ เราไม่รู้เลย และไม่ใช่ตัวเราคนเดียว หลายๆ คนก็ยังไม่รู้ว่าจะรู้จักตัวเราเองจริงๆ ได้อย่างไร"
"ยกตัวอย่างว่า เมื่อก่อนนี้ผมเคยคิดจะทำอัลบั้มชื่อ "ศาสดา" มีพระเยซู พระอัลเลาะห์ พระพุทธเจ้า หลายๆ พระองค์มาเจอกันที่ทะเลทรายแห่งหนึ่ง
แล้วคุยกันว่า เราก็สอนมนุษย์ให้ทำดี แต่ทำไมมนุษย์ถึงเป็นอย่างนั้น นี่คือคอนเซ็ปต์ที่คิดจะทำ ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่ต้องรู้ก่อนเลยก็คือ เราจะรู้จักตัวเองโดยวิธีไหน"  
 
  พรายยอมรับว่าเขาเป็นคนที่ค่อนข้างจะพูดอะไรวกวนและเข้าใจได้ยาก (ซึ่งเราเห็นจริงเป็นที่สุด) แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้สึกดีมากๆ ก็คือการที่มีคนพยายามจะเข้าใจในสิ่งที่เขาพูดเสมอ
"ตอนนี้คุณกำลังสัมภาษณ์ผมอยู่ ผมคิดว่าผมก็สัมภาษณ์คุณได้เหมือนกัน คุณกับผมมันมีอะไรมาสื่อกัน ถึงมาเจอกัน บทสัมภาษณ์นี้น่ะเหมือนผมกับคุณคุยกันสองคน
 แล้วมีคนอื่นมาดูด้วย ซึ่งเขาอ่านแป๊บเดียวเดี๋ยวเขาก็โยนมันทิ้งเป็นเศษกระดาษไปแล้ว ดังนั้นมันต้องสื่อกันด้วยใจ แต่มันจะมีบางคนที่สื่อสารกับเราได้ 
ซึ่งคนๆ นั้นเขาอาจจะไปเจอบทความนี้บนถุงกล้วยแขก แล้วก็อ่านแล้วพบว่ามีประโยชน์กับเขา ไม่ต้องไปเมคอะไรเลย ถ้าคุณเข้าใจก็เข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจอธิบายเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจ"

"คนเรามักจะทำอะไรตามๆ กันไปทั้งที่ไม่มีความรู้ เหมือนกับบอกว่าทุกคนเข้าวัดไปนั่งทำตัวให้สงบ นั่งสมาธิให้เกิดปัญญา ปัญญาทำให้เกิดความสงบ มันไม่ใช่น่ะ 
ไม่งั้นทุกคนก็เป็นคนดีกันหมดแล้วสิ มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก กว่าที่พระพุทธเจ้าจะตรัสรู้ออกมาได้ มันอาจจะดูไม่เหมือนเรื่องพื้นๆ แต่บังเอิญมันเป็นเรื่องพื้นๆ 
แต่คนเนี่ยมันตีเป็นเรื่องลึกเกินไป จนคนทั่วไปไม่เข้าใจ

เหมือนกับว่าตอนนี้คนที่ชื่อพรายเข้าใจแล้วในสิ่งที่พระพุทธเจ้าสั่งสอน? 
"ไม่ใช่อย่างนั้น เรากำลังเดินตามหลังพระองค์อยู่ เราไม่เข้าใจพระองค์ดีพอหรอก พระพุทธเจ้าก็เคยเป็นคนธรรมดาๆ แบบเรานี่แหละ
 แต่พระองค์ทรงเป็นอภิมหาบุรุษที่สามารถรู้เรื่องบางเรื่อง เหมือนการที่วิทยาศาสตร์ค้นพบว่าน้ำคือไฮโดรเจนบวกออกซิเจน นักวิทยาศาสตร์ถ้าไม่ทดลองก็ไม่รู้ 
คงได้แต่นั่งอ่านและเขียน คนที่จะเข้าใจมันและไปแยกมันออกมาใช้จริงๆ เนี่ยมีกี่คน น้อยนัก เหมือนไอสไตน์ e=mc2 รู้ว่าระเบิดปรามาณู 
แต่นักวิทยาศาสตร์ที่เข้าใจมันจริงๆ มีกี่คน ไม่งั้นก็มีนิวเคลียร์ทั่วโลกแล้วสิ"

"แต่พระพุทธเจ้าเนี่ยเป็นคนที่คิดได้เลย และรู้ว่าคนจริงๆ เนี่ย เข้าใจเรื่องนี้ได้ แล้วเราเป็นคนที่ได้รับผลประโยชน์อันนี้จากพระพุทธเจ้า เคลียร์ขึ้นไหม"
คุยกันไปคุยกันมาจนแทบจะบรรลุธรรม เราเลยถามพรายไปว่าเขาคิดอย่างไรเกี่ยวกับความตาย? เพราะที่ผ่านมาเจ้าตัวเคยบอกว่าเขาอยากจะเข้าให้ถึงความตายมากที่สุดดังนั้นก็เลยลองที่จะฆ่าตัวตายมาแล้ว 

"ผมใช้ชีวิตเพื่อจะได้ตายอย่างมีความสุข ตายพร้อมกับรอยยิ้ม เมื่อก่อนนี้ผมเคยคิดฆ่าตัวตาย แต่ไม่ตาย ตอนนี้เวลาใครอยากตายผมจะบอกว่าไปฆ่าตัวตายเลย แต่อย่าตาย
 เข้าใจไหม หมายความว่าในวินาทีสุดท้ายที่เขากำลังจะตายเขาจะพบว่าชีวิตเขามีค่ามาก เพราะจิตเขามันตกต่ำถึงขีดสุดแล้ว"
"ก็เคยมีคนทางบ้านโทร.มาบอกว่าผมนะว่าผมน่ะมันเป็นบัวใต้น้ำ ผมก็ถามเขากลับว่าแล้วคุณมันบัวอะไร เขาบอกว่าไม่สนใจหรอกว่าตัวเองเป็นบัวอะไร 
แต่ที่พูดออกอากาศเมื่อกี้คือบัวใต้น้ำ ผมก็งงเลยเถียงทางโทรศัพท์ เขาก็บอกผมว่าผมเนี่ยไม่ได้รู้อะไรจริง ซึ่งผมก็กลับมาคิดว่าเรารู้อะไรจริงบ้าง ก็บอกเขาไปว่าผมน่ะไม่ใช่บัวใต้น้ำ 
แต่เป็นบัวใต้ตมยิ่งกว่าน้ำอีก! ลงไปในดินลึกๆ เลย แล้วเขาก็วาง และผมก็พูดออกอากาศว่าผมหนาวอย่างไม่มีสาเหตุ"

 "แล้วผมก็พบว่าผมจริงใจกับตัวเองนะ คือยอมรับไปเลยว่าเราเนี่ยมันไม่ได้ถูกจัดอยู่ในไหนเลย ไม่ใช่บัวสี่เหล่าหรอกแต่ต่ำกว่านั้นอีก เป็นเหล่าที่ 5 ด้วยซ้ำไป" 
กับการใช้ชีวิตแบบเดินทวนโลกของตนเองในตอนนี้ พรายบอกว่าสิ่งที่เขารู้สึกได้ก็คือ "ความสุข" ที่ได้เข้าใจตนเองมากยิ่งขึ้น

"ตอนนี้เราเริ่มรู้จักตัวเองแล้ว เราเริ่มประสบความสำเร็จทันทีที่รู้จักตัวเอง ประสบความสำเร็จที่ว่าก็คือมีความสุขไง เมื่อก่อนทำอะไรก็เต็มไปด้วยความเครียด
 ความเกลียดชัง และมีแต่สงครามที่อยู่ในใจ มีแต่คำถามในใจ ไม่มีคำตอบให้กับตัวเอง แล้วในที่สุดเราก็มาเจอคำตอบ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่มีใครตอบเราได้หรอก เราน่ะตอบเราเองได้ดีที่สุด"

"ทุกวันนี้ก็ยังมีน้องที่เขียนจดหมายมาเขียนเป็นข้อความที่เหมือนกับแฟนคลับเขียนหาผมน่ะครับ เขียนมาประมาณว่าด่าไอ้เหี้ยไอ้ห่าทำไมคนเลวในสังคมมันเยอะนัก 
แล้วบอกให้เราตอบจดหมายเขาด้วย สั่งให้ผมส่งรูปหาเขาด้วย ผมไม่ตอบ เขาก็เขียนมาอีกบอกว่ามึงเป็นใครทำไมไม่ตอบจดหมายกู...ซึ่งผมว่ามันรุนแรง และเขาต้องการการตอบรับ
 และเราก็คิดว่า เออ..เราก็คงจะช่วยให้เขาเห็นตัวเองเหมือนกับเราได้ไหม" 
"แล้วก็อยากจะบอกว่าน้องๆ หรือใครก็ตามเคยเห็นเราขวางโลกขวางสังคมในตอนนั้น ไม่ใช่ว่าตอนนี้เราไม่คิดเราจะทำอะไรแล้ว แต่เราไม่ได้ขวางสังคมเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
หากเราเดินทวนมันเลย เมื่อก่อนนี้เราขวางด้วยความทุกข์ วันนี้เราทวนสังคม แต่ทวนด้วยความสุขในใจ ทวนด้วยความเข้าใจ สังเกตโดยสิ้นเชิง" 

อยากให้คนอื่นๆ คิดอย่างไรกับผู้ชายที่ชื่อพราย ปฐมพร ปฐมพร?

"ถ้าบทสัมภาษณ์นี้พอจะมีประโยชน์กับคนอยู่บ้าง ก็ขอให้นึกว่า พรายแม่งเกิดมาเพื่อจะเลือกชีวิตตัวเอง เลือกแล้วว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้ 
บางคนอาจจะ เอ๊ะ...เลือกแล้วทำไมมันไม่เป็นอย่างที่เราคิด เหมือนคนบางคนที่อยากจะเป็นรัฐมนตรี อยากเป็นทหาร อยากเป็นตำรวจ หรืออยากเป็นนักดนตรี
 ซึ่งในความเป็นจริงมันก็มีคนที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว" 

"แต่ที่สำคัญก็คือการที่เรารู้จักตัวเองและจะเลือกทางเดินถ้าเราเลือกโดยที่รู้จักตัวเองพอ เราจะรู้ว่านั่นล่ะ! เราประสบความสำเร็จทันทีเลย"
นี่แหละ ผู้ชายที่เคยตายไปแล้ว ผู้ชายที่เกิดมาอีกครั้งเพื่อเป็น "พราย" ปฐมพร ปฐมพร 

 

สิบคำถามกับปฐมพร

1. คนดีคืออะไร?
คนดีคือคนที่ไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อน

2. ครั้งล่าสุดที่ร้องไห้?
ร้องไห้เหรอ สามวันก่อน สาเหตุจริงๆ ก็เหมือนกับฝนตกน่ะ

3. มีคนบอกว่าคุณชอบเรื่องความตาย?
ความตายมันสุดยอดแล้ว เมื่อก่อนผมคิดว่าทำไมจอห์น เลนนอนมันจ้างใครมายิงตัวเองให้ตายหรือเปล่า ตัวเองจะได้ดังตลอดกาล 
จริงๆ ก็ปล่อยให้มันเป็นธรรมชาติดีที่สุดครับ การก้าวไปสู่ความตายเป็นความสุข แน่นอนมันต้องเป็นความตายที่ยิ้มได้ 
ทุกวันนี้ผมมีชีวิตอยู่ต่อไปโดยไม่ฆ่าตัวตายเพราะไม่เคยเห็นคนฆ่าตัวตายแล้วยิ้มได้ มีก็น้อยมากๆๆ แต่ผมต้องการตายแล้วยิ้มได้ด้วย ไม่ใช่แค่ยิ้มแค่ปากนะ แต่ยิ้มทั้งใจและกาย

4. ถ้าจะต่อยคนสักคน จะต่อยเพราะอะไร?
คงไม่ต่อย เมื่อก่อนนี้งี่เง่าๆ ก็ต่อยได้ เดี๋ยวนี้ไม่มีความรู้สึกอย่างนั้นแล้ว

5. ชอบอะไร เกลียดอะไรบ้าง?
ตอนนี้ผมชอบกอล์ฟ ตอนนี้ตีกอล์ฟ แต่เกลียดความคิดที่บอกว่าตัวเองเจ๋งและเหนือกว่าคนอื่น สรุปคือเราไม่ชอบที่ตัวเองอีโก้สูง

 6.คิดว่าตัวเองหล่อไหม? 
ไม่เลย เมื่อก่อนคาดหน้าก็ไม่คิดว่าหล่อ มันมีอิทธิพลจากวง Kiss ตอนนั้นเราไม่รู้จักอดัม แอนท์ คนก็คิดว่าเราเลียนแบบ 

 7. ทุกวันนี้มีชีวิตเพื่ออะไร?
เพื่อที่จะไม่ทุกข์

 8. คิดว่าตัวเองทะลึ่งไหม?
ก็มีบ้าง อย่างเพลงชักว่าว ตอนแรกแต่งให้ทีเคโอ มันเป็นเพลงลำตัดที่เราร้องทะลึ่งๆ บังเอิญมันเป็นแร็พ ทะลึ่งนะ คือเพลงตอนนั้นมีคนด่า
 แล้วก็ด่ากลับว่าแล้วมึงเคยชักว่าวหรือเปล่า ตรงไปตรงมาไหม ทะลึ่งไหมแต่ถามว่าคนเรามีสิทธิ์ทำไหม มี แต่ดีไหม โอเคมันอาจไม่ดีกับสังคมก็ได้ แต่ผมมองว่ามันเป็นอารมณ์ขันไง 

หรืออย่างเพลง "นมใหญ่" คือบอกว่าชอบผู้หญิงที่นมใหญ่ๆ คือเราไม่ใช่คนเครียดตลอดเวลา แต่คนชอบเอาคิดแง่ลบ ทั้งที่จริงทุกอย่างมันมีดีมีเลว 
แต่ทุกวันนี้เราไม่ทำอะไรที่คนอื่นจะมาเสพไปจากเรา ถ้าอยากฟังเพลงเรา ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีโอกาสจะฟัง 

9.เซ็กซ์คืออะไร
เออชอบถามกันจริงนะเรื่องเซ็กซ์นี่ เพราะผมเคยแก้ผ้าถ่ายรูปใช่ไหม นี่ก็เป็นอีกอันหนึ่งซึ่งคนเราเนี่ยไม่อาจจะหนีสิ่งที่ตัวเราทำได้
 เพราะฉะนั้นคนเราทำอะไรก็หนีไม่ได้ จะดาวดวงนี้หรือดาวดวงไหน และผมก็จะไม่หนีไม่ปฏิเสธด้วยว่าผมแก้ผ้าถ่ายรูป เพราะตอนนั้นคิดว่ามีมุมมองอคติและบริสุทธิ์ใจ 
แต่ในมุมมองที่บริสุทธิ์ใจมันบอกว่าถ้าหากภาพที่ฉันแก้ผ้าถ่ายนี้ คิดว่าฉันเป็นโสเภณีเด็กเธอจะคิดอย่างไร แต่ในมุมมองอคติก็คือ กูอยากจะทำอะไรก็ได้เว้ย
 ใครจะว่าอะไรกูไม่แคร์ มันจะมีสองความหมายตลอดเวลา และมันก็ตามมาหาผมจนทุกวันนี้ แต่สิ่งที่ตามมามันเป็นเรื่องอคติทั้งนั้นเลย
 อย่างเล่มที่แล้วก็มาถามผมว่าผมอยากนอนกับใคร นี่ก็คือสิ่งที่เป็นอคติและติดตามมาหาผม เพราะสิ่งที่เป็นอคติมันไปอยู่ในหัวคนอื่นเขาไง

10.หายไปนานมากคิดจะทำเพลงอีกไหม?
คิดเหมือนกันนะ แต่ว่ามันยังไม่มีจังหวะ คือเมื่อก่อนเคยคิดอยากเลิกก็ประกาศว่าจะเลิก แล้วก็ไม่ได้เลิก แต่ตอนนี้มันมีโอกาสเหมือนกัน เพื่อนมีห้องอัด 
จะทำก็ทำได้ แต่ดูเหมือนมันไม่มีอะไรจูงใจมากพอที่จะทำ และก็ไม่ใช่ว่าทำออกมาแล้วขายดีทุกชุด มันก็แค่พออยู่ได้ 
ถามว่ามันท้อไหม มันไม่ใช่เรื่องท้อ แต่แรงบันดาลใจมันน้อยลง อย่างการต้องการการยอมรับ นี่มันไม่ค่อยมีเท่าไหร่ ชื่อเสียงเงินทองเราก็ไม่ได้หวังมาก
 มันมีแว๊บๆ เป็นช่วงๆ ว่าอยากได้อยากมีอยากเป็น แต่เดี๋ยวมันก็หายไป ก็มนุษย์มันมีกิเลส
 

 
 
 ที่มา http://www.manager.co.th/ เมื่อปีพศ. 2546
 
 
 
 
 



เรามี 12 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
รวมบทสัมภาษณ์
Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79
บทความทั้งหมด
Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79 Warning: Creating default object from empty value in /home/pryfriend/domains/pryfriend.com/public_html/in/modules/mod_mostread/helper.php on line 79